กลยุทธ์ 6R : แนวคิดเพื่อทางรอดของธุรกิจในยุคดิจิทัล
/ / กลยุทธ์ 6R : แนวคิดเพื่อทางรอดของธุรกิจในยุคดิจิทัล
| | |

กลยุทธ์ 6R : แนวคิดเพื่อทางรอดของธุรกิจในยุคดิจิทัล

หลังการแพร่ระบาดของไวรัสไควิด 19 โลกการตลาดก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป พฤติกรรม “ช้อปปิ้งออนไลน์” ไม่ได้เป็นเพียงกระแสสั้นๆ ที่เกิดขึ้นและจบลงพร้อมกับการระบาด แต่จะคงอยู่ต่อไปและกลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภคในอนาคต

เมื่อการเปลี่ยนแปลงที่ควรจะกินเวลายาวนานร่วมทศวรรษ กลับเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนพฤติกรรมเกือบทั้งหมดของผู้บริโภคทั่วโลกภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี นักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ จึงต้องไหวตัวให้ทัน คาดการณ์อนาคตให้แม่นยำ และเตรียมพร้อมรับมืออย่างรวดเร็ว

ซันนี่รวบรวม “กลยุทธ์ 6R แนวคิดเพื่อทางรอดของธุรกิจในยุคดิจิทัล” จากรายงานของ Facebook : SYNC southeast asia report 2021 เพื่อเป็นแนวทางให้แบรนด์ต่างๆ ปรับตัวรับมือกับวิถี New Normal ที่กำลังจะมาถึง

1. Rewrite a Digital-First Agenda
1. Rewrite a Digital-First Agenda

2 ปีของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ผู้บริโภคเคยชินกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และพฤติกรรมนี้จะคงอยู่ต่อไปในอนาคต เนื่องจากผู้บริโภคพบข้อดีจากการซื้อสินค้าทางออนไลน์มากมาย

สาเหตุที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป
สาเหตุที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป

1. การปรับตัวรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส
2. ประหยัดเวลากว่า
3. โปรโมชั่นที่มากกว่า
4. เปรียบเทียบราคาได้ง่าย
5. สั่งสินค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

แบรนด์จึงต้องปรับกลยุทธ์การขาย โดยคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกดิจิทัลเป็นหลัก (Digital-Centric)

2. Rewire Your Business Model
2. Rewire Your Business Model

แผนธุรกิจเดิมอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป แบรนด์จำเป็นต้องปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และร่างแผนธุรกิจใหม่ตลอดเวลา

10 คำถามเพื่อเป็นแนวทางในการปรับแผนธุรกิจ
10 คำถามเพื่อเป็นแนวทางในการปรับแผนธุรกิจ

– สถานการณ์รอบด้านจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? คาดการณ์ล่วงหน้าว่าอนาคตอุตสาหกรรมที่เราอยู่ จะเดินทางไปในทิศทางไหน

– พฤติกรรมใหม่ๆใดบ้างของผู้บริโภค ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่เราอยู่? ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าที่เราผลิต หรือแม้กระทั่งไม่ต้องการสินค้าที่เราผลิตอีกต่อไปแล้ว

– ใครที่สามารถเป็นคู่แข่งเราได้ในอนาคต? อาจเป็นธุรกิจที่ดำเนินกิจการในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรืออาจเป็นธุรกิจจากอุตสาหกรรมอื่น แต่สามารถส่งผลให้กำไรของเราลดลงได้

– แผนการตลาดที่วางไว้มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดหรือไม่?
รูปแบบการทำธุรกิจในโลกดิจิตอลเอื้ออำนวยให้เกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด ธุรกิจของเราสามารถเติบโตแบบนั้นได้หรือไม่

– ระบบและขั้นตอนการดำเนินงานของเรามีความยืดหยุ่นพอหรือไม่ หากต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงในอนาคต? หากองค์กรของเรามีความยืดหยุ่น ก็จะสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดีกว่า

– องค์กรของเรามีทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจโลกในอนาคตหรือไม่? เช่น ทักษะทางด้าน Data ทักษะการใช้งาน A.I. เป็นต้น

– มีปัจจัยภายนอกใดบ้างที่อาจส่งผลกับการดำเนินงานในธุรกิจ หรือในอุตสาหกรรมของเรา? เช่น การออกกฏหมายใหม่ หรือทิศทางเศรษฐกิจโลก เป็นต้น

– มีองค์กรใดบ้างที่เราควรเป็นพันธมิตรด้วย เพื่อช่วยลดสินทรัพย์ให้ธุรกิจ (Asset-Lite) ทำให้ธุรกิจเรามีความเบา และเติบโตได้อย่างคล่องตัวที่สุด? เนื่องจากองค์กรที่มีความเบา (Lean) มีภาระค่าใช้จ่ายน้อย จะเติบโตได้ง่ายกว่า มีความยืดหยุ่นภายใต้วิกฤติมากกว่า

– Data, Automation และ Machine Learning สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจของเราได้อย่างไรบ้าง?

– ในอนาคต ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น องค์กรของเราจะได้รับผลกระทบหรือไม่? หากคำตอบคือได้รับผลกระทบ ก็ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานให้เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งเวดล้อมมากขึ้นแล้ว

3. Reimagine Consumer Engagement
3. Reimagine Consumer Engagement

เมื่อสินค้าทุกชนิดอยู่บนโลกดิจิทัล ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าได้ง่าย และเปลี่ยนแบรนด์ที่ชื่นชอบได้อย่างรวดเร็ว หากต้องการรักษา Brand Loyalty เอาไว้ แบรนด์จำเป็นต้องทำให้ Customer Journey ระหว่างแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างไร้รอยต่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคทุกขั้นตอนตั้งแต่การค้นหาสินค้า ไปจนถึงการชำระเงินและจัดส่งสินค้า

4. Refresh Product Offerings
4. Refresh Product Offerings

เมื่อผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ก็จะเริ่มมองหาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว ทันใจ

แบรนด์จึงต้องทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง (Personalize Marketing)

  • ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว
  • ในขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ และตำแหน่งทางการตลาด ให้ยังดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
5. Re-Envision the Role of Sustainability
5. Re-Envision the Role of Sustainability

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงจับตามองการดำเนินงานของแบรนด์ต่างๆ สนับสนุนแบรนด์ที่สร้างประโยชน์ให้สังคม และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

แบรนด์จึงต้องปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภค โดยการปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงขึ้น จนกระทบกับผลกำไรมากเกินไป

6. Realign to the Post-Pandamic Hybrid Lifestyle
6. Realign to the Post-Pandamic Hybrid Lifestyle

หลังการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 จบลง แม้ว่าผู้คนจะต้องกลับไปใช้ชีวิตตามปกติบ้าง เช่นกลับไปทำงาน หรือทานข้าวนอกบ้าน
แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะยังเคยชินกับพฤติกรรมการทำงานที่บ้าน สั่งซื้อสินค้าที่บ้าน โดยเฉพาะผู้บริโภคในแถบเอเชียที่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจร วิถีชีวิตรูปแบบใหม่จึงกลายเป็น Home-Centric Lifestyle

แบรนด์จึงต้องออกแบบ Customer Journey โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายเป็นหลัก อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาสินค้า สั่งซื้อ ไปจนถึงให้คะแนนสินค้า โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน

 

แม้ว่าวิกฤตโควิด 19 จะเป็นอุปสรรคสำหรับหลายๆ ธุรกิจ แต่ก็ยังสร้างโอกาสการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้ธุรกิจดิจิทัลด้วย  ธุรกิจที่ปรับตัวได้รวดเร็วเท่านั้น ที่จะสามารถคว้าโอกาสและเติบโตไปกับโลกยุคดิจิทัล หากเรามีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ธุรกิจของเราก็จะเป็นหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้น ที่สามารถสร้างโอกาสจากวิกฤติครั้งนี้



ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : 

  • https://web.facebook.com/, Southeast Asia, The Home For Digital Transformation
  • ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ > https://bit.ly/3noYWHU

 

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.