อธิบายศัพท์ Facebook Ads ตามสเต็ป Customer Journey
/ / อธิบายศัพท์ Facebook Ads ตามสเต็ป Customer Journey

อธิบายศัพท์ Facebook Ads ตามสเต็ป Customer Journey

ผู้ประกอบการหลายๆท่านคงเคยประสบปัญหา ซื้อโฆษณาบน Facebook ด้วยตนเอง แล้วไม่เข้าใจคำศัพท์ต่างๆ ทำให้เลือกจุดประสงค์แคมเปญได้ไม่ตรงจุด หรือวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้านไม่ได้ ส่งผลให้ไม่สามารถนำผลลัพธ์มาพัฒนาคอนเทนต์และการยิงโฆษณาของตนเอง

วันนี้ซันนี่รวบรวมคำศัพท์จำเป็นที่ต้องรู้ก่อนลงโฆษณาบน Facebook พร้อมแบ่งเป็นสเต็ปให้เข้าใจง่ายตาม customer journey  ต่อให้เป็นมือใหม่ก็ไม่สับสน

เริ่มต้นซื้อโฆษณา
เริ่มต้นซื้อโฆษณา

Boost Post > หลายคนเริ่มซื้อโฆษณา Facebook จากปุ่ม Boost Post ที่อยู่มุมขวามือล่างของโพสต์เรา การบูสต์โพสต์ หรือโปรโมตโพสต์ เป็นเหมือนขั้นตอนลัดในการซื้อโฆษณา สำหรับมือใหม่ที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน ทำให้มีข้อจำกัด เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ละเอียด และไม่สามารถคำนวนผลลัพท์ของแคมเปญได้

Ads Manager > จุดเริ่มต้นของการซื้อโฆษณาแบบมืออาชีพอยู่ตรงนี้ “ตัวจัดการโฆษณา” คือเครื่องมือที่เราใช้ซื้อ และตั้งค่าโฆษณา สร้างแคมเปญ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงคำนวณผลลัพธ์โฆษณาแต่ละตัว

Step 1 การมองเห็น
Step 1 การมองเห็น

Impression > จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกโหลดขึ้นมาบน feed โดยกลุ่มเป้าหมาย 1 คน อาจเห็นโฆษณาบนฟีดของเขามากกว่า 1 ครั้ง

Reach > จำนวนคนที่เห็นโฆษณา ซึ่งอาจน้อยกว่า Impression เพราะกลุ่มเป้าหมาย 1 คนอาจเห็นโฆษณาได้หลายครั้ง เพราะเหตุนี้ Impression จึงมักมีจำนวนมากกว่า Reach เสมอ

Organic Reach > จำนวนคนที่เห็นโพสต์ของเราแบบไม่เสียเงิน อาจจะเป็นคนที่ติดตามเพจอยู่แล้ว หรือเข้าถึงผ่านการแชร์

Paid Reach > จำนวนคนที่เห็นโพสต์ของเรา ผ่านการโฆษณาที่จ่ายเงิน

Frequency > ความถี่ที่กลุ่มเป้าหมาย 1 คนเห็นโฆษณาชิ้นนั้น  หมายถึงคน 1 คนอาจเห็นโฆษณาของเรามากกว่า 1 ครั้ง ตัวเลขความถี่มาจากจำนวน Impression หารด้วยจำนวน Reach

Step 2 พฤติกรรมของผู้ใช้
Step 2 พฤติกรรมของผู้ใช้

Engagement > จำนวนคนที่มีส่วนร่วมกันโพสต์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการคลิก แชร์ หรือคอมเมนท์

Click > จำนวนครั้งที่กลุ่มเป้าหมายคลิกบนตัวโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการคลิกดูรูป หรือกดไลค์กดแชร์

Link Click > จำนวนครั้งที่กลุ่มเป้าหมายคลิก Call to Action เพื่อไปยัง Landing Page ที่เรากำหนดไว้ กลุ่มเป้าหมายที่คลิกลิ้งค์มักจะเป็นกลุ่มที่สนใจสินค้าเราจริงๆ

Step 3 การคลิกปุ่ม
Step 3 การคลิกปุ่ม

Call to Action > จุดประสงค์ของโฆษณา สิ่งที่เราต้องการให้กลุ่มเป้าหมายทำหลังจากเห็นโฆษณาของเรา เช่น หากต้องการให้ลูกค้าทักกล่องข้อความมาซื้อสินค้า Call to Action อาจเป็น ปุ่มส่งข้อความ

Landing Page > หน้าเว็บที่เรากำหนดให้แสดงขึ้น หลังคลิก Call to Action อาจเป็นกล่องข้อความ ถ้าจุดประสงค์ของเราคือต้องการให้ลูกค้าส่งข้อความ หรืออาจเป็นหน้าเว็บไซต์หากจุดประสงค์ของเราคือการรับรู้แบรนด์

*โฆษณาทำหน้าที่ได้แค่นำสินค้าและบริการของเราไปวางหน้ากลุ่มเป้าหมาย จนถึงกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากซื้อ แต่หลังจากลูกค้าทักกล่องข้อความ หรือคลิกเข้าชมเว็บไซต์แล้วจะเกิดยอดขายหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปิดการขายของเราแล้ว

ถึงเวลาจ่ายเงินให้ Facebook
ถึงเวลาจ่ายเงินให้ Facebook

Budget > งบประมาณที่ใช้ลงโฆษณา สามารถตั้งได้ตั้งแต่ราคาต่ำสุดที่วันละ 30 บาท

CPM (Cost per Mille) > ราคาต่อการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้ง

CPC (Cost per Click)> ราคาต่อการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง

CPC Link (Cost per Click – Link) > ราคาต่อการคลิกไปยัง Landing Page 1 ครั้ง

*Facebook ใช้การประมูลพื้นที่บนหน้า feed ของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งราคา CPM, CPC, CPC(Link) ในโฆษณาแต่ละตัวจึงไม่แน่นอน

โฆษณา Facebook

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น จากคำศัพท์มากมายที่เราต้องเจอในการซื้อโฆษณา Facebook การทำความเข้าใจศัพท์เฉพาะทางเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการลงโฆษณาเลยทีเดียว แต่นอกจากรู้คำศัพท์แล้ว ยังต้องนำผลลัพธ์ที่ได้จากการซื้อโฆษณามาคำนวนประสิทธิภาพให้ได้อีกด้วย เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงโฆษณาตัวต่อๆไปให้ใช้งบประมาณน้อยลง และมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

 

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.