/ / เทคนิค Retargeting สุดยอด Ads ขี้ตื้อ ที่ทุกแบรนด์ไม่ควรมองข้าม.. ถ้าอยากเพิ่มยอดขาย
| | |

เทคนิค Retargeting สุดยอด Ads ขี้ตื้อ ที่ทุกแบรนด์ไม่ควรมองข้าม.. ถ้าอยากเพิ่มยอดขาย

เชื่อเถอะว่าเกือบ 70% ของผู้บริโภคที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา จะไม่ตกลงปลงใจสั่งซื้อสินค้าของคุณตั้งแต่ครั้งแรกแน่นอน แต่ไม่ต้องตกใจ.. ปัญหานี้สามารถผลิกเกมส์ได้ง่ายๆ จากเทคนิคการทำ Retargeting ที่สามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับมาเว็บไซต์ของคุณ ไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นลูกค้าของคุณด้วย แล้ว Retargeting มันคืออะไร? ทำงานยังไง? มีดีอะไรบ้าง? มาลองทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

เปิดความหมายของเทคนิค Retargeting

Retargeting หรืออีกชื่อในวงการก็คือ Remarketing เป็นการกระตุ้นต่อมของมันต้องมีและเปลี่ยนให้กลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้ามาชมเว็บไซต์หรือเคยเลือกสินค้าในเว็บไซต์ของคุณ กลับมาเกิดความสนใจและกลายเป็นกลุ่มลูกค้าสั่งซื้อสินค้าของคุณในที่สุด

 

แล้ว Retargeting มันทำงานยังไงล่ะ?

ถ้าจะให้อธิบายแบบเห็นภาพชัดๆ ก็คือ.. การทำโฆษณาติดตามลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้าเว็บไซต์ของคุณแต่ยังไม่ได้สั่งซื้อ (บางรายกดสินค้าใส่ตะกร้าไว้แล้ว)   ซึ่งเว็บไซต์นั้นได้มีการติดเครื่องมือ tracking ที่เรียกว่า Facebook Pixel และ Google Analytics ส่งผลให้เมื่อลูกค้าออกจากเว็บไซต์แล้ว ก็จะเจอกับ Ads ของเว็บไซต์คุณที่ลูกค้าเพิ่งออกมาเมื่อตะกี้ตามหลอกหลอนบนแพลตฟอร์ม Social Media ต่างๆ ไม่หยุด จนลูกค้าใจอ่อนกลับมาซื้อสินค้า 

โดยหลายๆ แบรนด์มักเลือกใช้เทคนิค Retageting ไว้หลังบ้านของ Facebook Ads และ Google Ads เพื่อทำการโฆษณาสินค้านั้นๆ ไปหาลูกค้าบ่อยๆ คล้ายกับเป็นการย้ำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์และสินค้า จนพาไปสู่ขั้นตอน Conversion หรือ Retantion ในอนาคตได้นั่นเอง 

เรียกว่าเป็นเทคนิคสุดปังที่จะกระตุ้นความสนใจและพากลุ่มเป้าหมายกลับมาซื้อสินค้าได้เยี่ยมมากๆ และถ้าคุณอยากศึกษาเทคนิค Facebook Ads แบบขั้นเทพอื่นๆ เพิ่มเติมแล้วละก็.. สามารถคลิกได้ที่ https://bit.ly/38ndReh 

รวมข้อดีโดนใจ ถ้าแบรนด์ใช้ Retargeting

  1. เพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์หรือสินค้า
    ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์ หน้าฟีดบน Facebook, Instagram หรือโซเชียลมิเดียอื่นๆ ก็สามารถทำโฆษณาส่งตรงไปถึงลูกค้าได้ไม่มีหยุด 
  2. ย้ำเตือนกลุ่มเป้าหมายให้กลับมาสั่งซื้ออีก
    แน่นอนว่าการตัดสินใจซื้ออะไรสักอย่างบางทีต้องใช้เวลาตัดสินใจพอสมควร ไหนจะเทียบราคา ไหนจะเทียบคุณภาพ แต่ถ้าคุณย้ำตัวตนแบรนด์ต่อลูกค้ามากๆ ต้องมีสักวันแหละที่ลูกค้าใจอ่อน
  3. ได้กลุ่มเป้าหมายถูกใจกกว่าเดิม
    การทำรีมาร์เก็ตติ้งจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์คุณแคบและชัดเจนมากขึ้น เพราะมันได้เจาะไปยังกลุ่มคนที่สนใจสินค้าของคุณจริงๆ แถมยังเป็นการเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากกว่าเดิมอีกด้วย
  4. ประหยัดค่าทำโฆษณาพอสมควร
    หลังจากที่คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้แคบลง ส่งผลให้ค่าทำโฆษณาก็ลดลงไปด้วยเช่นกัน แถมยังเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเป็นลูกค้าตัวจริงอีกด้วยน่ะสิ ยิ่งปังเข้าไปใหญ่ หรือจะทำโฆษณาอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยก็ทำได้เหมือนกันนะ

สรุปแล้ว.. Retargeting คือเทคนิคการติดตามและกระตุ้นให้ลูกค้าที่เคยเข้าเว็บไซต์คุณ เห็นเว็บคุณซ้ำๆ ในพื้นที่อื่นๆ บนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นการเพิ่มความน่าสนใจและอยากกลับมาสั่งซื้อสินค้าอีกครั้งนั่นเอง แถมยังเหมาะกับเว็บไซต์ขายสินค้าอย่าง E-Commerce มากๆ ยิ่งเคยทำ Google Ads มาก่อน ยิ่งทำให้คุณได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงใจมากขึ้น 

แต่จะอุ่นใจกว่ามั้ย.. ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ช่วยดูแล?
บริษัท Sunnysideup Studio มีทีมงานมืออาชีพเฉพาะด้านที่จะคอยให้ดูแลบัญชีโฆษณาบน Social Media ของคุณอย่างใกล้ชิด เหมือนเป้นเพื่อนคู่คิดประจำแบรนด์ของคุณเอง รับรองว่าคุณจะมีเวลาเพิ่มในการพัฒนาแบรนด์และสินค้าอื่นๆ ได้อีกเพียบ! 

สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Social Advertising ของซันนี่ได้เลยที่ https://www.sunnysideupstudio.net/th/social-marketing หรือจะเยี่ยมชมตัวอย่างผลงานของซันนี่ก่อนก็ไม่ว่ากันนะ คลิกที่นี่เลย https://bit.ly/3q2IefN

 

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.