10 Digital Marketing Tools
/ / 10 Digital Marketing Tools เครื่องมือคู่คิดธุรกิจดิจิทัล
|

10 Digital Marketing Tools เครื่องมือคู่คิดธุรกิจดิจิทัล

การตลาดดิจิทัลมีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ธุรกิจบนโลกออนไลน์จึงต้องหาเครื่องมือมาช่วยวิเคราะห์ ประมวลผล และดำเนินกิจกรรมต่างๆให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติ

ซันนี่รวบรวม “10 เครื่องมือการตลาดดิจิตัล” ครอบคลุมการทำงานหลักๆบนโลกออนไลน์ แบรนด์เล็กใช้ได้ แบรนด์ใหญ่ใช้ดี เป็น 10 ตัวช่วยดีๆ ที่ทำให้งานเร็วขึ้น สะดวกสบาย และสามารถวัดผลประสิทธิภาพของธุรกิจได้ ส่งผลให้ธุรกิจของเราเติบโต

1. Google Analytics
  1. Google Analytics

ซอฟต์แวร์ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจากหน้าเว็บไซต์ พัฒนาโดย Google เอง ช่วยให้มองเห็นคุณภาพและสถิติของโฆษณาที่เราทำ จำนวนและวิธีการการเข้าชมเว็บไซต์ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชมซึ่งทำให้เรารู้ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจริงๆคือใคร รวมไปถึงประเมินคุณภาพของคอนเทนต์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อไป

2. Google Ads
  1. Google Ads

หรือ Google Adwords บริการโฆษณาออนไลน์จาก Search Engine ที่มีผู้ใช้งานสูงที่สุดในปัจจุบัน เหมาะกับการขยายฐานลูกค้าในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เพิ่มการเข้าถึงลูกค้า จะใช้เพื่อวัตถุประสงค์สร้าง Brand Awareness หรือเพื่อการขายสินค้าทั่วไปได้

โฆษณาของ Google Ads ไม่ได้แสดงผลลัพธ์แค่ในหน้า Google Search เท่านั้น แต่ยังสามารถเลือกให้โฆษณาแสดงบน Youtube, Google Shopping, หรือในแอพพลิเคชั่นต่างๆ และทำโฆษณาแบบ Retargeting ได้ด้วยนะ

3. Hub Spot
  1. Hub Spot

เครื่องมือที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า ออกแบบมาเพื่อการทำ CRM โดยเฉพาะ บันทึกกิจกรรมเกี่ยวกับลูกค้าแบบอัตโนมัติ เก็บฐานข้อมูลลูกค้าและผู้ติดต่ออย่างเป็นระบบ นำเสนอสินค้าให้ตรงกลุ่มจากฐานข้อมูลที่เก็บหลังบ้าน สามารถใช้งานบน ios และ android และสามารถดูรายงาน Marketing และ Sale ได้

และที่สำคัญ ใช้งานได้ฟรีไม่จำกัดระยะเวลา โดยจะอัพเกรดเป็นแพคเกจพรีเมี่ยมเมื่อไหร่ก็ได้

4. Mail Chimp
  1. Mail Chimp

แพลตฟอร์มทำการตลาดดิจิทัล มีบริการหลากหลาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือด้าน Email Marketing สามารถสร้าง ส่ง และวัดผลอีเมลได้อย่างสะดวกสบาย มีเทมเพลตสวยงามให้เลือกใช้ และยังเริ่มต้นใช้งานฟรี สำหรับธุรกิจที่ส่งอีเมลไม่เกิน 2,000 รายชื่อต่อวัน

5. WordPress
  1. WordPress

โปรแกรมสร้าง Landing Page สำเร็จรูปที่ช่วยให้ทุกคนสามารถมีเว็บไซต์และบล็อกของตัวเองได้ ทำให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือ และสามารถทำการตลาดแบบ SEO, SEM หรือซื้อโฆษณาจาก Google Ads ได้

WordPress มีระบบหลังบ้านที่ไม่ซับซ้อน จัดการดูแลง่าย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์แบบพื้นฐาน ไม่มีลูกเล่นมากนัก

6. SEM rush
  1. SEM rush

ถ้าธุรกิจของเราทำการตลาดแบบ SEO นี่คือเครื่องมือการทำการตลาดแบบ SEO ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ เนื่องจากใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน วิเคราะห์คีย์เวิร์ดได้แม่นยำพร้อมให้คำแนะนำที่หลากหลายเพื่อการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  และยังสามารถดูการทำโฆษณาของคู่แข่งใน Google Ads ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยให้เรานำไปวางแผนกลยุทธการตลาดต่อได้

7. Ubersuggest
  1. Ubersuggest

อีก 1 ตัวช่วยในการทำ SEO ที่ถูกและดี ราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ SEM rush (ตกเดือนละประมาณ 500 บาท)

สามารถดู traffic คนเข้าเว็บได้ วิเคราะห์คีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์คู่แข่ง และยังมีฟังก์ชั่น Overview นำเสนอคีย์เวิร์ดที่คนค้นหาบ่อยๆ ในรอบ 1 เดือน พร้อมวิเคราะห์ความยากง่ายในการนำไปทำ SEO ทำให้เรารู้ความนิยมหรือสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนั้นๆด้วย

8. Buffer
  1. Buffer

แต่ละธุรกิจไม่ได้มีโซเชียลมีเดียแค่แพลตฟอร์มเดียวแน่นนอน Buffer ช่วยจัดการเนื้อหาในโซเชียลมีเดีย ทั้งดูแลเนื้อหา วางแผนคอนเทนต์ เวลาตั้งโพสต์ รวมถึงวิเคราะห์ผลลัพธ์บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มพร้อมกันได้ในที่เดียว

Buffer เหมาะกับธุรกิจที่ลงคอนเทนต์จำนวนมาก จุดเด่นคือเรื่องการตั้งเวลาโพสต์ โดยเฉพาะ Instagram Story ที่สามารถตั้งเวลาไว้ล่วงหน้าได้ด้วย และเริ่มต้นใช้งานฟรี 14 วัน

แต่เนื่องจากซอฟต์แวร์ถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย มีฟีเจอร์น้อย เน้นการตั้งเวลาโพสต์เป็นหลัก ไม่สามารถซื้อโฆษณา หรือตอบคอมเม้นท์ผ่าน Buffer ได้ ทำให้อาจไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีทีมงานเยอะ หรือต้องการตัวจัดการโซเชียลมีเดียที่ครบครันมากๆ

9. Many Chat
  1. Many Chat

หมดปัญหาตอบแชทมือเป็นระวิง ManyChat รวบรวมกล่องข้อความจาก Facebook Messenger และ SMS มาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อสร้างแชทบอทตอบโต้กับลูกค้าโดยอัตโนมัติ

หากเป็นผู้ใช้มืองานมือใหม่ ไม่มีข้อมูลคำถามของลูกค้าอยู่ในมือ Manychat มีเทมเพลตข้อความให้นำไปปรับใช้ได้ ไม่พลาดโอกาสการขายแน่นอน

10. Social Enable
  1. Social Enable

การทำ Social Listening คือการฟังเสียงของลูกค้าที่กล่าวถึงแบรนด์ตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ

SocailEnable เป็นตัวช่วยรวบรวมความเห็นต่อแบรนด์มาแสดงโดยที่เราไม่ต้องไปนั่งค้นหาด้วยตนเอง โดยตั้งคีย์เวิร์ดที่ต้องการเอาไว้ เมื่อมีคนกล่าวถึงคีย์เวิร์ดดังกล่าว ระบบจะไปดักจับสิ่งที่ผู้บริโภคพูด กรองและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real – Time ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง และจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อมีการกล่าวถึงแบรนด์ในเชิงลบ

การตลาดออนไลน์อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ารู้จักใช้เครื่องมือและตัวช่วยต่างๆให้เป็น ก็จะทำให้การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนจนเกินไป เพื่อให้เราสามารถโฟกัสกับลูกค้า สินค้าและบริการเราได้มากขึ้น

 

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.