ความเข้าใจผิด Content Marketing
/ / สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Content Marketing ที่ต้องรีบแก้ไขก่อนสายไป!?
| |

สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Content Marketing ที่ต้องรีบแก้ไขก่อนสายไป!?

Content Marketing เป็นคำที่วงการโซเชียลคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เคยสังเกตตัวเองกันหรือไม่ว่า.. แท้จริงแล้วเราเข้าใจในตัวตนของ “การทำการตลาดด้วยคอนเทนต์” ถูกต้องมากแค่ไหนกันนะ? และเพื่อช่วยให้ทุกๆ คนจัดการการตลาดออนไลน์ได้อย่างราบรื่นและสร้างประโยชน์ให้กับสินค้าและแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ วันนี้ซันนี่จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Content Marketing กันค่ะ

“ทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับ Content Marketing”

 

1. เน้นจำนวน Content เยอะไว้ก่อน ดีกว่าแน่?

จริงๆ มันก็ถูกต้องแต่ไม่เต็ม 100% นะคะ เพราะยิ่งเราดึงดันทำคอนเทนต์แบบปกติทั่วไปเหมือนที่ใครๆ ก็ทำได้อยู่แบบนั้น บอกเลยว่าไม่ได้ส่งผลประโยชน์อะไรให้กับแบรนด์เลย

ความปังของคุณภาพในคอนเทนต์คือสิ่งสำคัญกว่าของการเรียกความสนใจของผู้คนได้ดีที่สุด ซึ่งควรทำให้สม่ำเสมอด้วยนะ

  •  ต้องมีประโยชน์มากกว่าแหล่งอื่นๆ และให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
  •  ต้องมีแหล่งที่มาอ้างอิงชัดเจน
  •  ต้องมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครและมีรายละเอียดครบถ้วน
  • ต้องมีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เลือกใช้รูปภาพและสีสันที่น่าสนใจ
  • ไม่ยัดเยียดการขายมากจนเกินไป

2. ไม่กำหนดเป้าหมายของ Content นั้นๆให้ชัดเจน

หลายๆครั้งเราอาจจะเขียนแต่ Content เพื่อแนะนำประโยชน์ของสินค้าอย่างเดียว ทั้งนี้เพราะเรายังไม่ได้วางแผนว่า Content นี้มีไว้เพื่อลูกค้าในระดับไหนของ Funnel กันแน่

ตามหลักพื้นฐานของการตลาด เราจะแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ฺBuyer's Journey

สามตำแหน่งนี้รู้ไว้แล้วมีประโยชน์อย่างไร?

เราสามารถสร้าง Content Marketing ของเราให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในตำแหน่งนั้นๆ ของ Marketing Funnel เช่น

  • Awareness ทำให้ลูกค้ารู้จักสินค้าและแบรนด์จากการอธิบายให้รู้ว่าเราเชี่ยวชาญในด้านใดบ้าง
  • Consideration สร้างความมั่นใจในการพิจารณาของลูกค้า เพื่อให้รู้ว่าสินค้าและแบรนด์เราดีจริงแน่นอน
  • Decision กระตุ้นการตัดสินใจสั่งซื้อด้วยกลยุทธ์การขายที่ควบคู่กับการตอบคำถามที่ลูกค้ามี

3. อยากเพิ่มยอดขายยอดวิว ต้องทำให้เป็น Viral?

ส่วนใหญ่คนเข้าใจว่าการที่มียอดวิว มีคนเห็นเยอะๆ จะเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้อย่างมากมายหลายเท่าตัว

จริงอยู่ว่าการมียอด Reach และยอด Engagement เยอะๆ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่มันจะดียิ่งกว่า ถ้าเราเน้นไปที่การวัดค่าของคอนเทนต์นั้นๆ จากที่เราได้จำนวน Conversion จากการทำ Call To Action ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเพิ่มเพื่อน ปุ่มกรอกแบบฟอร์มติดต่อ หรือปุ่มรับส่วนลดสำหรับซื้อของครั้งต่อไป เป็นต้น เพราะพวกนี้ต่างหากที่จะเปลี่ยนมาจนเป็นยอดขายให้ธุรกิจไม่ใช่ยอดวิว

Facebook - Call to Action

4. การลงโพสเป็น Content Marketing หมด?

หลายคนเหมารวมว่าทุกๆ การทำคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นแบบอัลบั้ม ภาพเดี่ยว หรือวิดีโอโพสต์ คือการทำการตลาดด้วยคอนเทนต์หมด ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งในการทำการตลาดออนไลน์เท่านั้นเอง

ทั้งขั้นตอนการเตรียมข้อมูล, การตั้งเป้าหมายที่ตอบโจทย์กับสินค้าหรือแบรนด์, การวางแผนกลยุทธ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ตรงตามวัตถุประสงค์ที่หวังไว้ ล้วนเป็นส่วนนึงของการทำ Content Marketing

ถ้าอยากรู้รายละเอียดแบบเจาะลึกเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิต Content Marketing สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://bit.ly/2MKL5M8

Content Marketing

5. ไม่ใช้ Data มาประกอบการสร้าง Content

หลายๆครั้งเรามักใช้ชอบและเชี่ยวชาญส่วนตัวในการตัดสินใจต่างๆในการสร้างคอนเทนต์ แต่ในหลายๆครั้งหัวข้อที่เราคิดว่าจะต้องออกมาดีแน่นอนกลับไม่เป็นที่นิยมอย่างที่คิดเอาไว้

เมื่อเราทำคอนเทนต์มาซักพักแล้วเราควรเริ่มเก็บข้อมูลต่างๆมาประกอบเป็น Data Set เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจเนื้อหาในการสร้างคอนเทนต์ต่อๆไป เช่น เนื้อหาในสิ่งที่คนอ่านคอนเทนต์เรามากที่สุด เราก็จะรู้ว่าควรเพื่อเนื้อหาในสิ่งเหล่านั้นแทนเนื้อหาที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจค่ะ

6. ยิ่งทำคอนเทนต์ตาม Trend ยิ่งดี?

คอนเทนต์ที่ตามกระแสต่างๆ นั้นถูกใจผู้คนในโซเชียลมาก ไม่ว่าจะเป็นยอด Like / Comment / Share หรือยอด Engagement ก็ค่อนข้างได้รับฟีดแบคที่ดีกว่ามากๆ แต่ว่า.. ก็ไม่สามารถหากระแสได้ตลอดนะ

ยกตัวอย่างจากลูกค้าของเรานะคะ คอนเทนต์แบบ Topical Content เช่น “รวมเสื้อลายดอกรับซัมเมอร์” จะได้รับความสนใจมากๆ ในช่วงวันสงกรานต์ซึ่งจะสามารถเรียกทั้งยอด Engagement และยอดขายในช่วงนั้นๆได้มากสุดๆ ซึ่งถ้ามองแล้วก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ หากพลาดไปละก็ถือว่าพลาดมากๆ

แต่อย่าลืมว่าสงกรานต์ไม่ได้มีทุกวัน เทรนต่างๆบางครั้งก็แห้งเหือนไม่มีอะไรให้เราเล่น เราจึงต้องมีการทำคอนเทนต์แบบ Evergreen Content เช่น “รวมเสื้อสีมงคลปี 64” ควบคู่ไปด้วย เพราะไม่ว่าจะช่วงไหนของปีผู้คนก็ยังให้ความสนใจอยู่เสมอ

ซึ่งคอนเทนต์ทั้งแบบ Topical Content และ Evergreen Content ต่างก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ลองเลือกทำคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นๆ ให้แม่นยำก็พอ แต่ถ้าช่วงไหนกำลังมีกระแสก็ไม่แปลกที่จะเน้นทำคอนเทนต์ตามเทรนด์นะคะ

คอนเทนต์ตามเทรนด์

7. โพสต์ Content แล้วเห็นผลลัพธ์ทันที?

แน่นอนว่าใครๆ ก็คงหวังผลลัพธ์แบบทันใจตั้งแต่วันแรกของการทำคอนเทนต์แน่ๆ แต่นั่นอาจจะเป็นความคิดที่ใช้ในแบบของการซื้อโฆษณามาวัดกับการทำคอนเทนต์แบบปกติ เนื่องจากการทำคอนเทนต์โดยทั่วไป มันคล้ายกับการปลูกต้นไม้ให้เติบโตอย่างแข็งแรง ซึ่งอาจจะเห็นผลในช่วง 3-4 เดือนถัดมา จากการแชร์หรือค้นหาบนโซเชียลต่างๆแบบออแกนิคนั้นเอง

แต่ถ้าอยากให้มีคนดูเยอะๆเลย ก็จำเป็นจะต้องใช้เม็ดเงินโฆษณาเข้ามาช่วยผ่านการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งนี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะทุกวันนี้มีการทำ Content Marketing เยอะมาก ทำให้การโฆษณา Content ที่เราทดสอบแล้วว่าได้ผลดีถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ถึงแม้ว่าในยุคนี้ Content Marketing จะมีหลากหลายแบรนด์ แต่ก็ยังคงมีเรื่องที่เข้าใจผิดอยู่ไม่ใช่น้อย.. ซึ่งหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นตัวช่วยดีๆ ที่ช่วยให้คุณเห็นภาพและเข้าใจข้อเท็จจริงของ Content Marketing มากขึ้นนะคะ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาที่มากพอมาดูแลงานในส่วนนี้จริงๆ ให้ Sunnysideup Studio เป็นผู้ช่วยดูแลเพจโซเชียลแทนคุณได้นะคะ สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับบริการ Social Media Page ได้ที่นี่ https://www.sunnysideupstudio.net/th/social-media-page 

Credit ข้อมูลในการเขียนจาก magnetolabs, wedostories

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.