อธิบาย UX/UI คืออะไร ต่างกันยังไง แบบพื้นๆ

อธิบาย UX/UI คืออะไร ต่างกันยังไง แบบพื้นๆ

UX และ UI นับเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์ ทำการตลาด และขายสินค้าในปัจจุบัน อาจจะยังมีหลายคนเข้าใจว่าการออกแบบ UX/UI ใช้เฉพาะกับสินค้าดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชั่นเท่านั้น แต่จริงๆแล้วหลักการของ UX/UI สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าได้ทุกชนิด มาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่า UX และ UI คืออะไร? ต่างกันอย่างไร? และสำคัญอย่างไรกับการทำการตลาด? UI หรือ User Interface การออกแบบหน้าตาของแพลตฟอร์ม หรือลักษณะทางกายภาพที่สามารถมองเห็นได้ จับต้องได้ เป็นรูปธรรม เช่น ลักษณะทั่วไปของสินค้า หรือ Landing Page ของเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น และระบบปฏิบัติการต่างๆ ให้มีความชัดเจนและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน โดย User Interface ที่ดีควรจะมีคุณสมบัติ เช่น – สามารถมองเห็นสี รูปทรง ปุ่มและฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย – ดีไซน์สะอาด สวยงาม ไม่กวนสายตา– องค์ประกอบต่างๆ ของหน้า Landing…

Twitter เปิดตัว “Shop Module” พร้อมเข้าสู่สนาม Social Commerce
|

Twitter เปิดตัว “Shop Module” พร้อมเข้าสู่สนาม Social Commerce

หลังจากแพลตฟอร์ม Social Media ต่างๆ อย่าง Facebook Instagram Pinterest เปลี่ยนพื้นที่สังคมออนไลน์ให้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ในที่สุด Twitter ก็เตรียมปรับตัวเป็นแพลตฟอร์ม Social Commerce อย่างเต็มตัวเช่นกัน เมื่อล่าสุด Twitter ปล่อยฟีเจอร์ “Shop Module” ให้ทดลองใช้สำหรับ Business Profile บางแบรนด์ ฟีเจอร์ Shop Module จะปรากฏอยู่ในแถบด้านล่างของ Business Profile ให้ผู้ใช้งานเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดสินค้า เลือกสินค้าใส่ตะกร้า และจ่ายเงินครบวงจรโดยไม่ต้องออกจากแอป ยังไม่มีการเปิดเผยว่า “Shop Module” จะเป็นบริการฟรีหรือมีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันฟีเจอร์นี้อยู่ในระหว่างการทดสอบ ใช้งานได้แค่ Business Profile บางรายในสหรัฐอเมริกา และแสดงผลบนสมาร์ทโฟนระบบ ios ที่ผู้ใช้ตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้ว่า Twitter อาจจะเริ่มต้นช้าไปสักนิดสำหรับการปรับแพลตฟอร์มให้เป็น Social Commerce แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่น่าจับตามอง และคิดว่าน่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจาก Twitter ตามมาอีกในไม่ช้า…

จ่ายค่าโฆษณาแล้ว แต่ทำไม Google Ads ที่ตั้งไว้ไม่แสดงผล?

จ่ายค่าโฆษณาแล้ว แต่ทำไม Google Ads ที่ตั้งไว้ไม่แสดงผล?

การซื้อโฆษณาทาง Google เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้ายอดนิยมที่ผู้คนเสิร์ชหาบ่อยๆ แต่บางครั้งนักการตลาดที่ซื้อโฆษณา Google Ads หลายคนอาจเจอปัญหาโฆษณาไม่แสดงผล หรือแสดงผลน้อยกว่าที่ควร ทั้งๆที่จ่ายเงินค่าโฆษณาไปแล้ว ซันนี่นำ “6 สาเหตุเบื้องต้น ที่โฆษณา Google Ads ของคุณไม่แสดงผล” มาฝาก บางข้อก็เป็นสาเหตุง่ายๆที่ปรับปรุงเล็กน้อยก็แก้ปัญหาได้แล้ว 1. Location ไม่ครอบคลุม หากพื้นที่ที่มีการเสิร์ชหาโฆษณา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ตั้งค่าให้โฆษณาแสดงผล ก็จะเสิร์ชหาไม่เจอ เช่น หากกำหนดพื้นที่แสดงโฆษณาไว้ที่กรุงเทพเท่านั้น ผู้ที่เสิร์ชหาจากต่างจังหวัดก็จะไม่เจอโฆษณาของคุณ 2. เลือกภาษาไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ภาษาที่ผู้คนใช้เสิร์ชหาโฆษณาก็มีผลเช่นกัน หากซื้อโฆษณาไว้แค่คีย์เวิร์ดภาษาไทย กลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาด้วยภาษาไทยก็จะพบโฆษณาของเรา แต่โฆษณาจะไม่แสดงผลให้เห็นหากค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษ 3. โฆษณาแสดงผลเต็มจำนวนงบประมาณในแต่ละวัน Google จะแสดงผลโฆษณาทุกครั้งที่มีการเสิร์ชหาคีย์เวิร์ดที่ซื้อโฆษณาไว้ จนกว่าจะถึงวงเงินโฆษณาที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน หลังจากนั้นโฆษณาก็จะหยุดแสดงผลในวันนั้น หรือในกรณีที่สินค้านั้นเป็นที่นิยม มีคนเสิร์ชหาเยอะ ก็จะทำให้โฆษณาแสดงผลบ่อยขึ้น และถึงกำหนดวงเงินโฆษณาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้โฆษณาจะเริ่มแสดงผลอีกครั้งในวันถัดไป 4. ตั้งงบประมาณไว้ต่ำเกินไป เนื่องจากการซื้อโฆษณาเป็นการประมูลอันดับการแสดงผลการค้นหา ทำให้คีย์เวิร์ดแต่ละคีย์เวิร์ดมีราคาไม่เท่ากัน หากซื้อโฆษณาด้วยคีย์เวิร์ดที่เป็นที่นิยม แต่ตั้งงบประมาณโฆษณาไว้ต่ำเกินไป ก็จะทำให้งบประมาณโฆษณาหมดอย่างรวดเร็วหลังแสดงผลไปไม่กี่ครั้ง 5. การแข่งขันสูง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นที่นิยมและมีผู้ผลิตจำนวนมาก…

วิธีแก้ปัญหา “ส่งงานแล้วฟอนต์หาย” ปัญหากวนใจของสายกราฟิก

วิธีแก้ปัญหา “ส่งงานแล้วฟอนต์หาย” ปัญหากวนใจของสายกราฟิก

ใครที่ทำงานสายออกแบบ กราฟิกดีไซน์ ต้องส่งงานข้ามเครื่อง หรือส่งไฟล์ให้โรงพิมพ์ คงเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับฟอนต์อยู่บ่อยๆ ทั้งฟอนต์เด้ง ฟอนต์หาย ฟอนต์ที่เปิดในเครื่องใหม่ไม่ตรงกับฟอนต์เดิม เนื่องจากเครื่องที่ส่งไปไม่มีฟอนต์ที่เราตั้งค่าไว้แต่แรก วิธีแก้ง่ายๆคือการ Create Outline เปลี่ยนตัวอักษรจาก Text เป็น Vector เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้เหมือนวัตถุอื่นๆ โดยวิธีการนี้ใช้ได้กับทั้งโปรแกรม Adobe Photoshop, Adobe Illustrator และ Adobe InDesign   วิธีการ Create Outline 1. ใช้ Selection Tool เลือก Text ที่ต้องการ คลิกขวาเลือก “Create Outline” หรือใช้คีย์ลัด Shift+Ctrl+o ตัวอักษรจะเปลี่ยนจากข้อความเป็นเวกเตอร์ 2. หากต้องการย้ายตัวอักษรทีละตัว คลิกขวา เลือก Ungroup เพื่อแยกตัวอักษรทั้งหมดออกจากกัน ตัวอักษรสามารถย้าย แก้ไข ได้เหมือนวัตถุอื่นๆในงาน 3. หากต้องการยกเลิก Create Outline…

ส่อง Story ไม่สะดุด Instagram เพิ่มฟีเจอร์แปลภาษาในสตอรี่แล้ว
|

ส่อง Story ไม่สะดุด Instagram เพิ่มฟีเจอร์แปลภาษาในสตอรี่แล้ว

ข่าวดีสำหรับสาวก Instagram ที่ชอบส่อง Story ล่าสุดอินสตาแกรมเพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถเลือกแปลภาษาในสตอรี่ได้แล้ว จากแต่เดิมที่มีฟีเจอร์แปลภาษาสำหรับแคปชั่น คอมเม้นท์ และข้อมูลไบโอเท่านั้น เพียงคลิก “See Translation” หรือ “ดูคำแปล” ที่ด้านล่างชื่อเจ้าของสตอรี่ ระบบก็จะแปลข้อความมาเป็นภาษาที่เราใช้ ทั้งนี้ฟีเจอร์แปลภาษาในสตอรี่ แปลได้แค่ตัวอักษรที่ผู้ใช้เพิ่มเติมเข้าไปก่อนอัพสตอรี่เท่านั้น ไม่สามารถแปลตัวอักษรที่อยู่ในภาพได้ ขอบคุณแหล่งข้อมูล– www.engadget.com, Now Instagram can translate Stories text into over 90 languages   SomHello! sunnysideupstudio.net

ยิงแอด Facebook อัดงบเท่าไหร่ถึงจะได้ยอดขายในฝัน?

ยิงแอด Facebook อัดงบเท่าไหร่ถึงจะได้ยอดขายในฝัน?

สำหรับมือใหม่หัดซื้อโฆษณาเฟสบุ๊คหลายๆคน นี่คงเป็นคำถามยอดฮิต ว่าควรจะใช้งบเท่าไหร่ ลงเงินแค่ไหนถึงจะได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่โฆษณา 1 ตัว จะสร้างยอดขายได้คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ซื้อโฆษณานั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกลุ่มเป้าหมายที่เลือก คอนเทนต์ที่ทำ รวมไปถึงระยะเวลาที่เผยแพร่โฆษณานั้นๆ เงินจึงไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่ทำให้โฆษณามีประสิทธิภาพและสร้างยอดขาย 5 ปัจจัยหลักที่มีผลกับประสิทธิภาพของโฆษณา 1. สินค้า สินค้าที่มีการแข่งขันสูง กลุ่มลูกค้ามีจำกัด ย่อมต้องใช้งบประมาณโฆษณาสูงกว่าสินค้าที่มีการแข่งขันต่ำเป็นธรรมดา สินค้าแฟชั่น และสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือน มักต้องจ่ายค่าโฆษณาแพงกว่าสินค้าที่มีการแข่งขันต่ำกว่า เช่น สินค้าแหวกแนวที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม 2. กลุ่มเป้าหมาย ก่อนซื้อโฆษณา จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายก่อน ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร คนแบบไหนที่จะต้องการสินค้าของเรา และมีโอกาสกลายเป็นลูกค้า เพราะหากคอนเทนต์ดี สินค้าดี งบโฆษณาสูง แต่ยิงไปไม่โดนกลุ่มเป้าหมาย โฆษณาตัวนั้นก็ไม่สามารถสร้างยอดขายได้เท่าที่ควร 3. คุณภาพของคอนเทนต์ หากมีสินค้าที่ดีแล้ว ก็ต้องมีการนำเสนอที่ดีด้วย ซึ่งในส่วนนี้กลุ่มเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดทิศทางคอนเทนต์ เมื่อเรารู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ก็จะสามารถบอกได้ว่า – กลุ่มเป้าหมายจะชอบเสพคอนเทนต์ประเภทไหน– ควรจะเผยแพร่คอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มไหน– นำเสนอสินค้าอย่างไรให้น่าสนใจ และกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายต้องการสินค้าได้ เป็นต้น 4. งบประมาณ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า กำไรของสินค้าแต่ละชิ้น และกลุ่มเป้าหมายที่เราส่งโฆษณาไป…

20 ฟอนต์ไทยสวยโหลดฟรี ใช้ดีทั้งส่วนตัวและเชิงพาณิชย์
|

20 ฟอนต์ไทยสวยโหลดฟรี ใช้ดีทั้งส่วนตัวและเชิงพาณิชย์

งานกราฟิก งานเอกสาร หรืองานไหนๆ ก็ต้องใช้ฟอนต์กันทั้งนั้น แต่ฟอนต์ส่วนใหญ่มักจะมีลิขสิทธิ์ ต้องซื้อถึงจะใช้ได้ หรือใช้งานได้เฉพาะส่วนบุคคล ไม่สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์  ซันนี่รวม 20 ฟอนต์ไทยสวย​โหลดฟรี มีทั้งฟอนต์จำกัดเฉพาะการใช้งานส่วนบุคคล ใช้งานส่วนตัวฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าจะนำไปใช้เชิงพาณิชย์ต้องเสียค่าสนับสนุนนักออกแบบเล็กน้อย และฟอนต์โหลดฟรีใช้เชิงพาณิชย์ได้ไม่จำกัด โหลดติดคอมไว้ได้ใช้แน่นอน! ฟอนต์สวย ใช้งานส่วนบุคคลฟรี ไอคอนิก (FC Iconic)https://www.f0nt.com/release/fc-iconic/ ไอคอนิก เท็กซ์ (FC Iconic Text)https://www.f0nt.com/release/fc-iconic-text/ มอเตอร์เวย์ (FC Motorway)https://www.f0nt.com/release/fc-motorway/ แอคทีฟ (FC Active)https://www.f0nt.com/release/fc-active/ ไฮป์ (FC Hype)https://www.f0nt.com/release/fc-hype/ ฟาสท์ (FC Fast)https://www.f0nt.com/release/fc-fast/ เมจิก (FC Magic)https://www.f0nt.com/release/fc-magic/ แคนดี้ (FC Candy)https://www.f0nt.com/release/fc-candy/ มัฟฟิน (FC Muffin)https://www.f0nt.com/release/fc-muffin/ ละมุน (FC Lamoon)https://www.f0nt.com/release/fc-lamoon/ ฟอนต์ใจดี ใช้ฟรีเชิงพาณิชย์ Mitrhttps://fonts.google.com/specimen/Mitr?fbclid=IwAR2XwrvaRcsn0fCFV1KKYIOYfRiSO0FvoXJNSALhhYtSVRZPMRBoOCimPzQ#about Kanithttps://fonts.google.com/specimen/Kanit?fbclid=IwAR0J52SVmqBTKKjQZZyUpIRhRbIKWLLJL9N6fKzp3Hdwe-wLl4WJeSpROzw Prompthttps://fonts.google.com/specimen/Prompt?fbclid=IwAR26dfL2XnruGnJ6ugdu93RVVzd-PK_VKol21AohFZNCFfeTcOn508il0oM…

Facebook ประกาศแล้ว! คนยิงแอดต้องจ่าย Vat 7% ภาษี e-Service
|

Facebook ประกาศแล้ว! คนยิงแอดต้องจ่าย Vat 7% ภาษี e-Service

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทยอย่าง Facebook ได้ออกมาประกาศว่า ผู้ใช้งานที่ซื้อโฆษณาเฟสบุ๊ค จะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ซึ่งเป็นผลมาจากกฎหมาย “การจัดเก็บภาษี e-Service” โดยเฟสบุ๊คเปิดให้ผู้ใช้บริการโฆษณาเข้าไปกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเริ่มจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป หลังจากกรมสรรพากรประกาศใช้กฎหมาย “การจัดเก็บภาษี e-Service” จากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติที่มีรายได้ในประเทศไทย และเปิดให้ลงทะเบียน VES (Vat for  Electronic Service) ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา เหล่าโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ก็พากันขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรเป็นจำนวนมาก โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ว่า ภาษี e-Service จะทำรายได้ให้ไทยสูงถึงประมาณปีละ 5 พันล้านบาท ซึ่งนี่เป็นตัวเลขประมาณการณ์ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด กรมสรรพากรให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภาษี e-Service จะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันมากขึ้น ระหว่างแพลตฟอร์มไทยกับแพลตฟอร์มต่างชาติ ทำให้แพลตฟอร์มต่างชาติต้องเสียภาษีเท่าเทียมกับแพลตฟอร์มที่ดำเนินกิจการในไทย ในประเด็นที่หลายคนอาจจะสงสัย ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะผลักภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้บริการหรือไม่? ทางกรมสรรพากรให้ข้อมูลว่า จากกรณีศึกษาในต่างประเทศพบว่า หากเป็นแพลตฟอร์มที่มีการแข่งขันสูง เช่น ผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง ดูหนัง ฟังเพลง อาจไม่มีการผลักภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้บริโภค…

“Youtube Shorts” เมื่อ Youtube ลงสนามคลิปวิดีโอขนาดสั้น
|

“Youtube Shorts” เมื่อ Youtube ลงสนามคลิปวิดีโอขนาดสั้น

กระแสคอนเทนต์วิดีโอขนาดสั้นของ Tiktok กระตุ้นให้โซเชียลมีเดียหลายๆแพลตฟอร์มลุกขึ้นมาเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยสร้างวิดีโอขนาดสั้นภายใน 30 หรือ 60 วินาที เช่น Reels จาก Instagram และ Youtube Shorts จากแพลตฟอร์มคอนเทนต์วิดีโออันดับ 1 อย่าง Youtube ที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2020 ในประเทศอินเดีย หลังจาก Tiktok ถูกแบนในประเทศอินเดียเนื่องจากข้อขัดแย้งทางด้านพรมแดน แม้จะเป็นฟีเจอร์วิดีโอขนาดสั้นเหมือนที่มีในแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ความน่าสนใจของ Youtube Shorts คือ สามารถเพิ่มยอดผู้ติดตามให้กับเหล่า Youtuber ได้ เป็นการเข้ามาเสริมการใช้งาน Youtube ให้มีลูกเล่นมากขึ้น และดึงดูดผู้ใช้งานให้อยู่ในแอปนานขึ้น Youtube Shorts มีฟีเจอร์อะไรบ้าง? ลักษณะทั่วไปของ Youtube Shorts คล้ายกับ Tiktok คือสามารถถ่ายทำคลิปวิดีโอตั้งแต่ต้นจนจบผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว โดยมีฟีเจอร์ให้เล่นได้หลากหลาย เช่น การเร่งหรือลดความเร็ว ฟิลเตอร์ตกแต่งวิดีโอ การใส่ข้อความ เพลงประกอบวิดีโอฟรีไม่ติดลิขสิทธิ์ และฟีเจอร์อื่นๆอีกมากมาย ที่สามารถสร้างคลิปวิดีโอง่ายๆ ไปจนถึงวิดีโอมีลูกเล่นแบบมืออาชีพ…

แจกฟรี! 8 เทมเพลตคุมโทน เนรมิตรูปสินค้าสวยโดนใจ
|

แจกฟรี! 8 เทมเพลตคุมโทน เนรมิตรูปสินค้าสวยโดนใจ

แจกฟรี! 8 เทมเพลตคุมโทน เนรมิตรูปสินค้าสวยโดนใจ ขายของออนไลน์แต่ถ่ายรูปไม่สวย ไม่ต้องกังวลใจไป! ซันนี่แจก “8 เทมเพลตคุมโทน” ให้คุณเซฟไปใช้ได้ทันที คุมโทนเพจให้ดูดีมีเอกลักษณ์ ไม่เก่งกราฟิกก็เนรมิตรูปสินค้าให้สวยได้ แต่ถ้าใครคิดว่าคุมโทนด้วยเทมเพลตยังไม่พอให้ซันนี่ช่วยดูแลภาพลักษณ์สินค้า สร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์คุณวันนี้เลย! สอบถามบริการ Website & Digital Marketing เพิ่มเติมได้ที่> Inbox m.me/sunnysideupstudio> Line : @sunnysideup> Email : hello@sunnysideupstudio.net> Website: www.sunnysideupstudio.net   SomHello! sunnysideupstudio.net

9 วิธีเรียกยอด Engagement แบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา

9 วิธีเรียกยอด Engagement แบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา

สำหรับธุรกิจที่มีช่องทางการขายอยู่บนโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊ค ยอดการเข้าถึง (Reach) และยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) นับเป็นตัวแปรสำคัญต่อยอดขาย แต่อย่างที่รู้กันว่าค่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดียนั้นสูงขึ้นทุกวัน รวมไปถึงการปรับอัลกอริทึ่มอยู่ตลอดเวลา ทำให้ยอดการเข้าถึงแบบ Organic ลดลงเรื่อยๆ ซันนี่ จึงนำ “9 วิธีเพิ่มยอด Engagement แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณา” มาฝาก หากทำได้ตามนี้ ก็จะทำให้คอนเทนต์ของเพจมีคุณภาพ น่าติดตาม และเพิ่มยอด Engagement ได้เป็นเท่าตัวเลยทีเดียว 1. สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ หัวใจสำคัญของโพสต์ที่มียอด Engagement ดีๆ ก็คือคุณภาพของคอนเทนต์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์บทความ วิดีโอ หรือรูปภาพ ก็ควรเป็นคอนเทนต์ที่นำเสนอในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตาม เช่น ให้สาระความรู้ ให้ความบันเทิง สร้างแรงบันดาลใจ นำเสนอสิ่งแปลกใหม่ คอนเทนต์ที่ทีมีคุณภาพจะได้รับความนิยม ได้รับยอด Engagement และยอดแชร์ ทำให้เกิดพื้นที่สนทนา อัลกอริทึ่มของเฟสบุ๊คจะเลือกคอนเทนต์ที่มียอด Organic Engagement หรือยอดไลก์ คอมเม้นท์ แชร์ ที่ไม่ได้ผ่านการซื้อโฆษณา มาแสดงให้ผู้ใช้เห็นบ่อยกว่าคอนเทนต์ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม หมายความว่า ยิ่งมีการไลก์ คอมเม้นท์ใต้โพสต์…

“Social Listening” ตัวช่วยพลิกเกมธุรกิจ ในช่วงเศรษฐกิจหดตัว

“Social Listening” ตัวช่วยพลิกเกมธุรกิจ ในช่วงเศรษฐกิจหดตัว

หลังสถานการณ์โควิด 19 ระลอก 3 เป็นต้นมา รูปแบบการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ในประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากที่เคยเป็นช่องทางการขายที่ทำกำไรสูงโดยใช้ต้นทุนต่ำ กลายเป็นอีกตลาดที่ต้องแข่งขันกันด้วยเงินทุน ในขณะเดียวกันกำลังซื้อก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้บริโภคมีรายได้ลดลงและจำกัดการใช้จ่าย ในสถานการณ์แบบนี้ การแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคได้ตรงจุดที่สุด แทบจะเป็นหนทางเดียวที่จะประคองธุรกิจไว้ได้ โดยหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยให้เราเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคได้ นั่นก็คือ Social Listening Tools Social Listening คืออะไร? การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า (Customer Insight) ที่มีต่อสินค้าและแบรนด์ เพื่อนำไปประมวลผลและวางแผนทิศทางการตลาด ในอดีต นักการตลาดอาจใช้วิธีการทำแบบสอบถาม หรือไปสัมภาษณ์ พบปะพูดคุยกับลูกค้า แต่การตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราเข้าถึงความเห็นของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือ Social Listening Tools วิธีการที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การค้นหาแฮชแท็ก (#) ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือแบรนด์ของเรา และของคู่แข่ง การค้นหาคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ ว่ากำลังถูกพูดถึงอย่างไรในโซเชียลมีเดีย การใช้ AI ที่ช่วยประมวลผลให้อย่างอัตโนมัติ เช่น Google Analytics, Mandala Analytics เป็นต้น   5…

ทางรอดของธุรกิจบนโลกออนไลน์ ในวันที่ผู้เล่นแน่นสนาม

ทางรอดของธุรกิจบนโลกออนไลน์ ในวันที่ผู้เล่นแน่นสนาม

เมื่อหลายปีก่อน ตลาดออนไลน์อาจเป็นดินแดนอันหอมหวาน สำหรับคนที่เริ่มสร้างธุรกิจแบบไม่มีหน้าร้าน เนื่องจากคู่แข่งน้อย หากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองได้ ก็สามารถทำกำไรมหาศาล แต่แน่นอนว่าอะไรที่ทำกำไรก็ย่อมดึงดูดคู่แข่ง ประกอบกับสถานการณ์โควิด 19 ที่ผลักดันให้ทุกธุรกิจต้องหาทางรอด รวมไปถึงบรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ผันตัวขึ้นมาอยู่บนโลกออนไลน์ พร้อมทุนทรัพย์ก้อนมหาศาลเพื่อชิงส่วนแบ่งทางตลาดกลับไปครอง ทำให้การตลาดออนไลน์ทุกวันนี้ไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป ธุรกิจจึงต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาว หากต้องการอยู่รอดท่ามกลางคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน 1. ลงทุนกับ Digital Assets เมื่อต้นทุนการเข้าถึงลูกค้าทางโซเชียลมีเดียแพงขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจจึงต้องสะสมฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ เพราะต้นทุนในการรักษาลูกค้าเก่านั้นน้อยกว่าการหาลูกค้าใหม่ การสะสมฐานลูกค้าทำได้หลายวิธี เช่น สร้างแบรนด์ สร้างจุดเด่นของตนเอง ที่ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง และทำให้ลูกค้านึกถึง สร้างเว็บไซต์ เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้า และนำไปประมวลผลเพื่อวางแผนธุรกิจต่อไป 2. สร้างจุดขายที่น่าสนใจ เนื่องจากการแข่งขันสูงขึ้น เราจึงต้องสร้างจุดเด่นให้สินค้าและธุรกิจ เพื่อให้เป็นที่จดจำของลูกค้า จุดขายต้องน่าสนใจ เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้คุณค่า และพร้อมจะจ่ายเงินซื้อมากกว่าสินค้าของคู่แข่ง ดังนั้นก่อนจะสร้างจุดเด่น ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายก่อน วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ถี่ถ้วน วางแผนพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนอง จุดเด่นไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าเพียงอย่างเดียว อาจเป็นบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง วิธีการสื่อสารที่แตกต่าง หรือบรรจุภัณฑ์ที่น่าประทับใจก็ได้ 3. ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ การแข่งขันสูงขึ้น ค่าโฆษณาก็แพงขึ้น เราจึงไม่สามารถยิงโฆษณาขายของครั้งต่อครั้งได้อีกต่อไป แบรนด์ควรกลับมาให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ทางการตลาด เช่น…

สิ่งที่ต้องมองหาใน “Digital Agency” เมื่อเริ่มปรับธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์

สิ่งที่ต้องมองหาใน “Digital Agency” เมื่อเริ่มปรับธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์

หลังเกิดเหตุการณ์ Covid – 19 การตลาดดิจิทัลกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกธุรกิจถูกบังคับให้ต้องปรับตัวขึ้นมาอยู่บนโลกดิจิตัล ก่อนจะตกขบวนและตามคู่แข่งไม่ทัน ธุรกิจจึงมี 2 ทางเลือกในการเข้าสู่การตลาดดิจิทัล นั่นคือ1. ตั้งทีม Digital Marketing ของตนเอง2. จ้าง Digital Agency   กรณีไหนที่ควรตั้งทีม Digital Marketing การตั้งทีม Digital Marketing ของตนเอง เหมาะกับธุรกิจที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่บนโลกดิจิทัลได้ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อถึงระยะนี้ ธุรกิจอาจต้องการความรวดเร็วภายในองค์กร และวางแผนจะทำการตลาดดิจิทัลในระยะยาว การมีทีม Digital Marketing จะทำให้เกิด Fix Cost ซึ่งคือค่าจ้างคน ที่เป็นต้นทุนคงที่ รวมถึงธุรกิจต้องมีทักษะในการคัดเลือกคน และมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วย   กรณีไหนที่ควรจ้าง Digital Agency การจ้าง Digital Agency เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลในระยะเริ่มต้นและระยะกลาง เนื่องจากในระยะเริ่มต้นนั้น เราสามารถประหยัดงบประมาณได้ แทนที่จะเพิ่มต้นทุนคงที่ให้ธุรกิจ (Fix Cost) ด้วยการจ้างคนเพิ่มเพื่อมาทำงานในทีม Digital…

อธิบายศัพท์ Facebook Ads ตามสเต็ป Customer Journey

อธิบายศัพท์ Facebook Ads ตามสเต็ป Customer Journey

ผู้ประกอบการหลายๆท่านคงเคยประสบปัญหา ซื้อโฆษณาบน Facebook ด้วยตนเอง แล้วไม่เข้าใจคำศัพท์ต่างๆ ทำให้เลือกจุดประสงค์แคมเปญได้ไม่ตรงจุด หรือวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้านไม่ได้ ส่งผลให้ไม่สามารถนำผลลัพธ์มาพัฒนาคอนเทนต์และการยิงโฆษณาของตนเอง วันนี้ซันนี่รวบรวมคำศัพท์จำเป็นที่ต้องรู้ก่อนลงโฆษณาบน Facebook พร้อมแบ่งเป็นสเต็ปให้เข้าใจง่ายตาม customer journey  ต่อให้เป็นมือใหม่ก็ไม่สับสน เริ่มต้นซื้อโฆษณา Boost Post > หลายคนเริ่มซื้อโฆษณา Facebook จากปุ่ม Boost Post ที่อยู่มุมขวามือล่างของโพสต์เรา การบูสต์โพสต์ หรือโปรโมตโพสต์ เป็นเหมือนขั้นตอนลัดในการซื้อโฆษณา สำหรับมือใหม่ที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน ทำให้มีข้อจำกัด เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ละเอียด และไม่สามารถคำนวนผลลัพท์ของแคมเปญได้ Ads Manager > จุดเริ่มต้นของการซื้อโฆษณาแบบมืออาชีพอยู่ตรงนี้ “ตัวจัดการโฆษณา” คือเครื่องมือที่เราใช้ซื้อ และตั้งค่าโฆษณา สร้างแคมเปญ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงคำนวณผลลัพธ์โฆษณาแต่ละตัว Step 1 การมองเห็น Impression > จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกโหลดขึ้นมาบน feed โดยกลุ่มเป้าหมาย 1 คน อาจเห็นโฆษณาบนฟีดของเขามากกว่า 1 ครั้ง Reach…

4 สาเหตุที่ Facebook บอกลาปุ่ม Like และเพจควรทำอย่างไรเพื่อรักษาประสิทธิภาพ

4 สาเหตุที่ Facebook บอกลาปุ่ม Like และเพจควรทำอย่างไรเพื่อรักษาประสิทธิภาพ

Facebook กับปุ่ม “Like” นับเป็นของคู่กัน ทั้งไลก์เพจ ไลก์โพสต์ ไลก์คอมเม้นท์ แต่เมื่อไม่นานมานี้ทางเฟสบุ๊คประกาศว่าจะนำปุ่มไลก์เพจ ออกและซ่อนจำนวนไลก์จากหน้าเพจ เหลือไว้แค่ปุ่มติดตาม (Follow) และจำนวนคนติดตามเท่านั้น ซึ่งหลายเพจเริ่มนำฟีเจอร์นี้มาปรับใช้แล้ว เราจะเห็นบางเพจที่มีแค่ปุ่มติดตาม และแสดงจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างผลกระทบไม่มากก็น้อย เรามาดูกันดีกว่าว่าเฟสบุ๊คตัดปุ่มไลก์ออกทำไม และเพจจะปรับตัวอย่างไรได้บ้าง สาเหตุที่ Facebook นำปุ่ม Like ออก จำนวนคนถูกใจ ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพของเพจที่แท้จริง บางเพจมีการซื้อโฆษณา Page Like Ads เป็นการ “ปั๊มไลก์” เพิ่มจำนวนยอดไลก์ให้ดูเยอะๆ แต่การมีส่วนร่วมต่ำ ยอดไลก์เหล่านั้นจึงไม่สามารถวัดประสิทธิภาพของเพจได้ เพราะคนที่กดไลก์ไม่ได้มีส่วนรวมกับเพจ ทำให้ยอดไลก์สูง แต่ประสิทธิภาพต่ำ จำนวนคนไลก์เพจกับคนติดตามเพจไม่เท่ากัน หลายคนไม่อยากกดไลก์เพจเพราะไม่อยากให้เพื่อนมาเห็นชื่อในเพจ จึงเลือกไปกดติดตามเพื่อรับข่าวสารของเพจอยู่เงียบๆแทน ในกรณีนี้ ทำให้หลายเพจที่มีคุณภาพจริงๆ มียอดติดตามสูงกว่ายอดไลค์ เฟสบุ๊คมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้ โดยเก็บข้อมูลการไลก์เพจต่างๆ เพื่อเป็นตัวกรองความสนใจของผู้ใช้ และส่งโฆษณาที่เกี่ยวข้องมาในหน้าฟีด ทำให้หลายๆคนเลือกที่จะกดติดตามมากกว่าเพราะไม่ต้องการถูกเฟสบุ๊คเก็บข้อมูล เฟสบุ๊คต้องการปรับรูปแบบการใช้งานให้ง่ายมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ใช้งานและเพจที่มีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่สถานการณ์ Covid – 19 เป็นต้นมา…

Cookie Consent แบนเนอร์ใหม่ที่ทุกเว็บไซต์ต้องมี

Cookie Consent แบนเนอร์ใหม่ที่ทุกเว็บไซต์ต้องมี

การประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นมา ทำให้นักการตลาดและแบรนด์ต้องระมัดระวังการเก็บข้อมูลลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลผ่าน “คุ้กกี้” ในเว็บไซต์ของแบรนด์ ที่ไม่สามารถทำได้โดยอัตโนมัติเหมือนเดิมอีกต่อไป ทำให้ช่วงนี้ไม่ว่าจะเข้าเว็บไซต์ไหน เป็นต้องเจอแบนเนอร์ “Cookie Consent” ทุกครั้ง  ว่าแต่ “คุ้กกี้” คืออะไร? และทำไมต้องมีแบนเนอร์ให้ “ยอมรับ”? Cookie คืออะไร? คุ้กกี้คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่คอยเก็บข้อมูลผู้ใช้งานเว็บไซต์ เช่น ประวัติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ประวัติการดาวน์โหลด ภาษาที่ใช้หน้าเว็บ ตำแหน่งที่ผู้ใช้งานเข้าถึงเว็บไซต์ เป็นต้น เพื่อนำไปประมวลผลและใช้ในทางการค้า ประเภทของคุ้กกี้คุ้กกี้มี 4 ประเภทด้วยกัน Necessary Cookie คุ้กกี้ที่จำเป็นต้องมีในพื้นฐานของเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ถูกต้อง เช่น การจดจำข้อมูลเพื่อ Log – In การรักษาความปลอดภัยด้าน E-Payment เป็นต้น Functional Cookieคุ้กกี้ที่จดจำข้อมูลเฉพาะ เพื่อให้ประสบการณ์การท่องเว็บไซต์เป็นไปอย่างลื่นไหลมากขึ้น เช่น จำภาษาที่ใช้ จำสินค้าล่าสุดที่ดู เป็นต้น Analytic…

Sunny x CMED แบรนด์นวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไทยให้ก้าวสู้สินค้าจีน
| | |

Sunny x CMED แบรนด์นวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไทยให้ก้าวสู้สินค้าจีน

มีสินค้ามากมายที่สร้างจากนวัตกรรมใหม่ๆที่ผู้ผลิตบรรจงคิดค้นขึ้นมา เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่บ่อยครั้งทีสินค้าเหล่านั้นไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง เช่นเดียวกับ CMED แบรนด์อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผู้ผลิต CMED “วีลแชร์ยืนได้” และ CMED Hoist เครื่องยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อเข้ามาช่วยดูแลสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยอัมพฤก อัมพาต รวมถึงลดความเหนื่อยล้าของผู้ดูแล ซึ่งมักจะเป็นลูกหลานของผู้ป่วยเอง Sunnysideup Studio ได้วิเคราะห์ทิศทางการตลาดดิจิทัลของแบรนด์ CMED แล้วพบว่า แม้ว่าผลิตภัณฑ์ของ CMED จะพัฒนามาโดยคนไทย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย ทำให้มีจุดเด่นคือไม่ต้องรออะไหล่ ไม่ต้องนำเข้า ราคาจึงไม่แพง ถ้าเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันที่นำเข้าจากทางยุโรป แต่ก็นับว่ามีราคาสูงในประเทศไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งสินค้าที่นำเข้าจากจีน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องใช้งาน เพราะกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเฉพาะเจาะจง สินค้าที่นำเข้าราคาถูกมาไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้แต่มีการทำการตลาดที่ดี ทำให้กลุ่มเป้าหมายหันไปเลือกซื้อจากคู่แข่งราคาถูกก่อน ทีม Content Creator ของ Sunnysideup Studio จึงสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้กับลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าสินค้าของแบรนด์จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างไร ซึ่งคอนเทนต์ที่สื่อสารออกไป ต้องสื่อสารเนื้อหาเชิงวิชาการให้อ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงลูกค้า โดยอาจใช้วิธีการเปรียบเทียบ ยกตัวอย่างประกอบ และเน้นปัญหาที่ผู้ดูแลต้องเจอระหว่างการดูแลผู้ป่วย เพื่อเพิ่มความต้องการของผู้บริโภค…

10 เทคนิค เพิ่มยอดขายอย่างไร้รอยต่อด้วย Social Commerce

10 เทคนิค เพิ่มยอดขายอย่างไร้รอยต่อด้วย Social Commerce

นับตั้งแต่วิกฤต Covid – 19 เป็นต้นมา ตลาดดิจิทัลก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นอกจาก E-commerce และ E-marketplace แล้ว บนโลกดิจิทัลยังมีตลาดน้องใหม่ผุดขึ้นมา นั่นก็คือ “Social Commerce” เป็นอีก 1 ช่องทางในการขายสินค้าและบริการ Social Commerce ที่เป็นที่นิยมเช่น Facebook Marketplace Instagram Shopping และ Line My Shop เป็นต้น Social Commerce ได้เปรียบช่องทางอื่นๆ ตรงที่สามารถปิดการขายได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว ลูกค้าไม่ต้องสลับแอพลิเคชั่นเพื่อดูสินค้า คุยกับแอดมิน หรือออกจากแอพลิเคชั่นเพื่อไปชำระเงิน ต่างจาก Social Media Marketing ที่ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดลูกค้าเข้ามาในเพจ แล้วพาลูกค้าออกไปปิดการขายที่เว็บไซต์ของแบรนด์ หรือแอพลิเคชั่นอื่นๆ ซึ่ง Social Commerce นั้นสะดวกสบาย ตัดหลายๆขั้นตอนระหว่างการตัดสินใจซื้อของลูกค้าออกไป ทำให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนไทยที่นิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และชอบพูดคุยกับแอดมินก่อนซื้อสินค้า…

ส่อง Insight  “Xennial & Zennial” เจนเนอเรชั่นใหม่ในรอยต่อของ X Y Z

ส่อง Insight “Xennial & Zennial” เจนเนอเรชั่นใหม่ในรอยต่อของ X Y Z

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้น เทคโนโลยีใหม่ๆ ผุดขึ้นทุกวัน การแบ่งเจนเนอเรชั่นเพื่ออธิบายแนวคิดและทัศนคติของผู้บริโภครูปแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เราอาจคุ้นเคยกับการแบ่งเจนเนอเรชั่นกว้างๆทีละ 15 ปี แต่หากจะทำความเข้าใจผู้บริโภค และทำการตลาดเชิงลึกมากขึ้น เราอาจต้องแบ่งย่อยกว่านั้น การตอบสนองผู้บริโภคที่มีความต้องการหลากหลายมากขึ้น ก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ในการแบ่งเจนเนอเรชั่นให้สั้นลง โดยใช้ช่วงเวลาจำแนกที่ห่างกันเพียง  6 ปี  ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มเจนเนอเรชั่นรอยต่อหรือ Micro-Generation Micro-Generation ที่น่าจับตามองมากที่สุดในปัจจุบันมีอยู่ 2 กลุ่ม ได้แก่ Xennial ลูกผสมของ Gen X  และ Gen Y (Millennial) Zennial ลูกผสมของ Gen Y (Millennial) และ Gen Z “Xennial”เกิดระหว่างปี 1976 – 1982 (อายุ 39 – 45 ปี)รอยต่อของ Gen X  และ Gen Y (Millennial) ทัศนคติของคน Xennial…