Pet Parenting สังคมที่คนรุ่นใหม่เลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก
|

Pet Parenting สังคมที่คนรุ่นใหม่เลี้ยงสัตว์แทนการมีลูก

Pet Parenting คือการเลี้ยงสัตว์เหมือนเลี้ยงลูกจริงๆ ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในสังคมปัจจุบัน ที่พ่อหมาแม่แมวต้องหาอาหารที่ดีที่สุด ห้องน้ำที่น้องเข้าแล้วสบายใจที่สุด ไปจนถึงที่นอน ของเล่นพรีเมียม เพื่อให้ลูกๆ สี่ขามีความสุข จนเกิดคำศัพท์ที่หลายๆ คนเรียกน้องๆ เหล่านั้นว่า ‘Fur Baby’ สาเหตุที่ทำให้เกิดเทรนด์ Pet Parenting มาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ความชอบส่วนบุคคล ไปจนถึงปัญหาใหญ่ๆ ระดับโลก ความเป็นทาสหมา ทาสแมว หรือชื่นชอบน้องๆ ชนิดอื่นๆ  เวลาว่างช่วงโควิดระบาดที่ไม่สามารถออกไปไหนได้  เศรษฐกิจและสังคมที่แย่ลงจนคนไม่อยากมีลูก รัฐสวัสดิการไม่จูงใจให้คนอยากมีลูก ค่าใช้จ่ายสำหรับเลี้ยงเด็กที่สูงกว่าการดูแลสัตว์เลี้ยง ความกังวลถึงอนาคต ซึ่งมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิต (โลกร้อน, PM 2.5) ผลกระทบจากเทรนด์ Pet Parenting ด้านสังคม : อัตราการเกิดต่ำ เกิดสังคมผู้สูงอายุในระยะยาว อ้างอิงจากข้อมูลประชากรไทยปี 2565 ที่มีอัตราการเกิดต่ำกว่าอัตราการเสียชีวิตและมีท่าทีว่าจะลดลงเรื่อยๆ แต่หากพิจารณาดูแล้ว เป็นเพราะปัญหามากมายบนโลกใบนี้มากกว่า ที่ทำให้คนไม่อยากมีลูกจนหันมาเลี้ยงสัตว์แทน  ด้านธุรกิจ : กระแสดังกล่าวส่งผลกระทบด้านบวกต่อธุรกิจ เช่น อาหารสัตว์ เสื้อผ้าสัตว์ สถานรับเลี้ยงสัตว์…

โฆษณาใน Facebook ยังคุ้มค่าน่าลงทุนอยู่ไหม
| |

โฆษณาใน Facebook ยังคุ้มค่าน่าลงทุนอยู่ไหม

หลายปีก่อน Facebook อาจเป็น Social Media ยอดนิยมที่สุด แต่ปัจจุบันนี้มีช่องทางต่างๆ มากมายที่แบ่งจำนวนผู้ใช้งานไป เช่น Instagram, TikTok, Youtube, Twitter (X) ไหนจะ E-Marketplace ที่พ่อค้าแม่ค้าหลายรายหันไปขายสินค้าและยิงโฆษณาในนั้นอย่าง แอปส้ม แอปฟ้า และแอปดำ  ถ้าอย่างนั้น การสร้างแบรนด์และยิงโฆษณาใน Facebook ยังคุ้มค่าที่จะลงทุนอยู่ไหม พิจารณาได้จากข้อมูลต่อไปนี้เลยค่ะ 😉 สรุปสถิติด้านผู้ใช้งาน Facebook ในปี 2023 Facebook ยังครองตำแหน่งโซเชียลที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด  ในปี 2023 ยอดผู้ใช้งาน Facebook เพิ่มขึ้น 39 ล้านบัญชี  ขณะนี้มีบัญชีที่กำลัง Active อยู่สูงถึง 2.93 พันล้านบัญชี (คิดเป็น 36.7% ของจำนวนประชากรโลก) มีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta กว่า 70% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต Facebook.com มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากเป็นอันดับ 3…

Customer Loyalty เดอะแบกตัวจริงของคนทำธุรกิจ
|

Customer Loyalty เดอะแบกตัวจริงของคนทำธุรกิจ

ทำไม Customer Loyalty ถึงเป็นเดอะแบกของคนทำธุรกิจ? เพราะ Customer Loyalty คือ ลูกค้าประจำ ขึ้นชื่อว่า ‘ประจำ’ ก็หมายถึงคนที่มักจะเวียนกลับมาซื้อของกับเราซ้ำๆ ใช่ไหมล่ะคะ ลูกค้ากลุ่มนี้มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง นอกจากซื้อซ้ำแล้ว ยังติดตามผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงมีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉลี่ยแล้ว เราจะขายสินค้าให้ลูกค้าใหม่ได้เพียงแค่ 5-20% ในขณะที่ขายให้ลูกค้าเก่าได้ถึง 60-70% ฉะนั้น การหาลูกค้าใหม่ก็สำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือต้องรักษาลูกค้าเก่าไว้ให้ได้ ประเภทของ Customer Loyalty 1. Hard-Core Brand Loyalty กลุ่มนี้เรียกได้ว่าเป็นทาสรักแบรนด์ หลงใหลและอินกับแบรนด์นั้นๆ มากเป็นพิเศษ ให้ความเชื่อใจไปเต็มร้อย ออกผลิตภัณฑ์อะไรมาก็พร้อมจะซื้อแม้ยังไม่ได้ดูรีวิว ยกตัวอย่างเช่น  ลูกค้าของ Apple : ที่เล็งจะซื้อสินค้ารุ่นใหม่ทันที แม้จะยังไม่ได้ดูสเปคเลยก็ตาม เหตุที่ทำให้แบรนด์นี้มี Customer Loyalty มากมาย นอกจากคุณภาพของสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ช่วยส่งเสริมตัวผู้ใช้แล้ว ยังมี Eco-System ที่ทำให้ผู้ใช้งาน ‘ติด’ การใช้ระบบปฏิการ MacOS…

Fandom Marketing ส่องอาณาจักร บุกโลกของแฟนคลับ
|

Fandom Marketing ส่องอาณาจักร บุกโลกของแฟนคลับ

Fandom คืออะไร หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘แฟนด้อม’ แต่ไม่รู้ความหมาย ที่จริงแล้วคำว่า Fandom มาจาก Fanclub + Kingdom หากแปลตรงตัวจะมีความหมายว่า อาณาจักรของแฟนคลับ สรุปแล้ว แฟนด้อม คือ การรวมตัวกันของกลุ่มแฟนคลับ ที่มีความชื่นชอบและสนใจในสิ่งเดียวกันค่ะ Fandom ใช้กับอะไรได้บ้าง เราอาจคุ้นเคยและเห็นการใช้คำนี้บ่อยกับแฟนคลับของดารา ศิลปิน โดยเฉพาะนักร้องที่เป็นวง Boy Band หรือ Girl Group แต่อันที่จริงแล้ว กลุ่มคนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน และมาแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือพูดคุยกันจนเกิดเป็น Community ขึ้นมานั้นมีอยู่หลายวงการมากๆ ไม่ว่าจะภาพยนตร์ ซีรี่ส์ การ์ตูน เกม กีฬา และอื่นๆ อีกมากมาย Fandom Marketing คืออะไร คือการตลาดที่นำมาใช้กับกลุ่มแฟนคลับโดยเฉพาะ ซึ่งเราเองก็อาจเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง ตัวอย่างเช่น   Photocard : การ์ดรูปถ่ายศิลปิน/ไอดอล ที่มักใส่มาเป็นของแถมในอัลบั้ม เหตุที่โฟโต้การ์ดเพิ่มมูลค่าให้กับอัลบั้มเพลงได้อย่างมหาศาลมีหลายปัจจัย เช่น การได้การ์ดเมน (คนที่เราชอบที่สุดในวง)…

Top Spender การตลาดแบบยิ่งจ่ายยิ่งได้สิทธิกรี๊ด
|

Top Spender การตลาดแบบยิ่งจ่ายยิ่งได้สิทธิกรี๊ด

ถ้าพูดถึงกระแส Top Spender ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้าแบรนด์หนึ่งที่เพิ่งจัดแคมเปญไปหมาดๆ เพื่อให้บรรดาแฟนคลับได้สิทธิเข้าไปมีทแอนด์กรี๊ดกับนักแสดง ‘พัคซอจุน’ หรือที่หลายคนอาจจะคุ้นหูคุ้นตากันในนาม ‘พัคแซรอย’ จากซีรี่ส์ดัง Itaewon Class   Top Spender คืออะไร? คือแคมเปญที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มียอดซื้อสินค้าสูงสุดได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันบ่อยๆ คือให้ผู้ที่เป็น Top Spender ได้เข้างาน Meet & Greet, ทานข้าว, เข้างาน Fansign หรือทำกิจกรรมต่างๆ กับนักแสดง/ศิลปิน ที่ชื่นชอบ และแบรนด์ต่างๆ มักจะจำกัดปริมาณ Top Spender เอาไว้ในจำนวนไม่มาก เพื่อให้งานดังกล่าวเต็มไปด้วยความพิเศษสุดๆ ที่จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วม นั่นจึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่แคมเปญนี้ดุเดือดไฟลุก เพราะต้องแย่งชิงกันนั่นเองค่ะ   ประโยชน์ที่แบรนด์ได้จากแคมเปญ Top Spender แน่นอนว่าหลักๆ คือยอดขายมหาศาลที่มาจากการแย่งชิงของแฟนคลับ บางแคมเปญสูงถึงหลักหลายร้อยล้าน เพราะแค่แฟนคลับท่านเดียวก็มียอดซื้อสินค้าปาเข้าไปถึงหลักสิบล้านแล้วค่ะ แบรนด์ประเภทใดควรจัดแคมเปญนี้? รู้จักตัวเอง ว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นอย่างไร รู้จักนักแสดง/ศิลปิน/เซเลป ว่ามีภาพลักษณ์หรือคาร์แรคเตอร์ที่เข้ากับแบรนด์ของเราไหม พิจารณาวัฒนธรรม (Culture)…

Case Study กระแสจากหนังดัง ส่งผลต่อยอดขายของเล่นมากแค่ไหน?!
|

Case Study กระแสจากหนังดัง ส่งผลต่อยอดขายของเล่นมากแค่ไหน?!

ทุกวันนี้ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องไม่ได้สร้างรายได้จากตั๋วหนังแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงหลายอุตสาหกรรม ทั้งแฟชั่น ความงาม ค่าลิขสิทธิ์ รวมถึงวงการ ของเล่นและของสะสม ภาพยนตร์หลายเรื่องที่ไม่ได้มีจุดขายแค่ตัวหนังเท่านั้น แต่ยังขยันออก ‘ของเล่น’ มาดูดเงินในกระเป๋าแฟนๆ กันแบบไม่หวาดไม่ไหว จะมีเรื่องไหนบ้าง มาดูกันเลยยย Barbie  Mattel บริษัทผู้จัดจำหน่ายตุ๊กตาบาร์บี้ เผยว่ายอดขายตุ๊กตาในเดือนกรกฎา-สิงหาที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว แน่นอนว่าเป็นผลจากกระแสของ Barbie Live Action ที่สร้างปรากฎการณ์สีชมพู จนเป็นไวรัลไปทั่วทั้งโลก Offline และ Online Star Wars  หลังจากภาคต่อ The Force Awakens เข้าโรงฉาย ยอดขายของเล่นก็พุ่งสูงถึง 31.3% คิดเป็นจำนวนเงินได้ราวๆ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ Disney  ค่ายยักษ์ใหญ่ที่ถือครองแฟนไชส์ทั้ง Star Wars, Marvel และ Pixar แต่ถ้าพูดถึงภาพยนตร์เรื่องที่ไม่ว่าจะออกของเล่นคอลเลคชั่นไหนมาก็ขายดีอยู่ตลอด คงหนีไม่พ้น Frozen และ Toy Story การันตีความฮอตด้วยยอดขาย…

6 เทคนิคการตลาดตกคน Gen Z
|

6 เทคนิคการตลาดตกคน Gen Z

ขายของก็ว่ายากแล้ว ขายในโลกออนไลน์ยิ่งซับซ้อนเข้าไปอีก และถ้าจะขายโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น Gen Z แล้วล่ะก็.. ยิ่งสับสนว่าเราต้องใช้การตลาดรูปแบบไหนดีนะ ถึงจะซื้อใจพวกเขาได้? Gen Z เป็นเจนฯ ที่น่าสนใจซึ่งผู้ทำธุรกิจหลายคนมองข้าม เพราะยังติดภาพเด็กที่ไม่มีกำลังซื้อกันอยู่ แต่อันที่จริงแล้วคนเจนฯ นี้ กำลังจะกลายมาเป็นกำลังซื้อหลักของโลกเรา  ฉะนั้น จึง ควร ให้ ความ สำ คัญ อย่าง ยิ่ง! Gen Z คือวัยไหน? คือคนที่เกิดในช่วงปี ค.ศ.1996 – 2012 อายุประมาณ 11 – 27 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เด็กวัยประถม ไปจนถึงวัยทำงาน Gen Z แตกต่างจาก Gen อื่นยังไง? Boomer และ Gen X โตมากับยุคอะนาล็อก Gen Y หรือ Millenial โตมากับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล ส่วน…

อยากหาลูกค้าให้ได้ ต้องเข้าใจ Customer Journey
|

อยากหาลูกค้าให้ได้ ต้องเข้าใจ Customer Journey

Customer Journey เปรียบเสมือนการเดินทางของลูกค้า จากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาสู่คนที่ตัดสินใจซื้อและกลายเป็นลูกค้าประจำ นี่จึงเป็นเหมือนการจำลองว่า “กว่าจะมาเป็นลูกค้า” ต้องผ่านขั้นตอนไหนมาบ้าง ซึ่งจะช่วยให้นักการตลาด เจ้าของแบรนด์ และผู้ทำธุรกิจทั้งหลายเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น Customer Journey จำเป็นไหม มีประโยชน์อย่างไร? โลกการตลาดในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่ทุกวัน ทำให้เรามีแพลตฟอร์มที่ใช้ในการโฆษณาและซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E Commerce) มากมายเต็มไปหมด ส่งผลให้การรับรู้ของลูกค้า การโฆษณาของแบรนด์ รวมถึงขั้นตอนการชำระเงินเปลี่ยนไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น 20 ปีก่อน ลูกค้ามักจะซื้อสินค้าจากหน้าร้านหรือตามห้าง ไม่ใช่การซื้อของออนไลน์ ทำให้การโฆษณายังเน้นทางโทรทัศน์ หรือ Offline อย่างป้ายโฆษณาเป็นหลัก รวมไปถึงการชำระเงินที่เน้นเงินสดหรือบัตรเครดิต 10 กว่าปีก่อน ผู้คนเริ่มเข้าถึงอินเทอร์เน็ตง่ายขึ้น เราจึงมีเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ แม้จะยังเน้นการโฆษณาแบบ Offline แต่เราก็เริ่มเห็นป้ายแบนเนอร์ตามเว็บไซต์ต่างๆ บ้างแล้ว และมักให้ชำระผ่านเว็บไซต์ได้เลย (อาจเป็นการส่งหลักฐานสลิปโอนเงินของธนาคาร เป็นต้น) 7 – 9 ปีก่อน การขายสินค้าใน Social Media อย่าง Instagram และ Facebook…

TikTok Affiliate คืออะไร ทำไมถึงเป็น Win-Win Marketing!
| |

TikTok Affiliate คืออะไร ทำไมถึงเป็น Win-Win Marketing!

Affiliate Marketing คือการตลาดในรูปแบบที่เราให้บรรดาเซเลป อินฟลู หรือเจ้าของแอคเคาท์นำสินค้าของเราไปโปรโมทให้ ซึ่งถ้ามีคนกดซื้อ เราต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้ที่ช่วยโปรโมทค่ะ นับว่าเป็นการตลาดที่พึ่งพาอาศัยกันระหว่างเจ้าของแบรนด์และ Tiktoker เพราะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่วน User ที่ต้องการหารายได้จาก TiKTok Affiliate หรือแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการหา Creator ต้องทำยังไงมาดูกันเลย 😉 ร้านค้าที่อยากได้ Creator มาโปรโมทสินค้าให้ต้องทำยังไงบ้าง? เข้าไปที่ Homepage ของเจ้าของร้านค้าใน TikTok Shop ตามลิงก์นี้ค่ะ คลิก เลือกที่แถบ Affiliate Marketing เข้าไปใน Creator Marketplace  เลือก Creator ที่ต้องการทั้งแบบจำเพาะเจาะจงหรือเลือกจาก Filter ต่างๆ เพื่อให้ได้ Creator ที่ตรงกับคุณสมบัติที่เราต้องการ (หมวดสินค้า, Followers, เพศ และอายุ) กด Invite Creator ที่ต้องการ จากนั้นกรอกรายละเอียดการติดต่อ รอการติดต่อกลับและตรวจสอบผลได้ที่ Invitation…

Generative AI ตัวช่วยใหม่จาก Adobe Photoshop

Generative AI ตัวช่วยใหม่จาก Adobe Photoshop

คงจะเคยเห็นผ่านมากันมาบ้างกับ Generative AI หรือ Adobe Firefly ฟีเจอร์ที่ถูกปล่อยมาออกมาพักใหญ่ๆ จาก Adobe Photoshop  แน่นอนว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ดีไซเนอร์ทั้งหลายทำงานได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ออกคำสั่งก็สามารถไดคัทภาพ ตัดต่อ แต่งสีได้เสร็จสรรพ ง่ายราวกับดีดนิ้วใช่มั้ยคะ 😉 เพราะไม่ต้องมาเสียเวลาลากเส้น Path เพื่อไดคัททีละจุด หรือนั่งปรับสีให้ภาพเนียนตาละมุนใจอีกต่อไป Generative Fill ใช้งานยังไง? Import รูปหรือเปิดไฟล์ใน Photoshop  เลือกเครื่องมือ Lasso Tool  คลิกเลือกจุดที่เราต้องการตัดต่อ ลบ หรือใส่วัตถุอื่นเข้ามา เลือกเครื่องมือที่ชื่อ Generative Fill เติมคำสั่งลงไปในช่องว่าง (Prompt) แล้วกด Generate เลือกผลลัพธ์ที่ชอบในช่อง Variations สรุปแล้ว Generative Fill ทำอะไรได้บ้าง ลบวัตถุที่ไม่ต้องการ เพิ่มวัตถุที่ต้องการใส่เข้าไปในรูปภาพ ปรับสี ขยายภาพ โดยประมวลผลจากขอบภาพด้านข้าง   ตัวอย่างการใช้ Generative Fill เพื่อขยายขอบภาพ…

เจาะใจลูกค้าด้วย Data-Driven Marketing
| |

เจาะใจลูกค้าด้วย Data-Driven Marketing

เคยไหม? อยากรู้ว่าลูกค้าคิดอะไร แต่เข้าไปนั่งในใจคนอื่นไม่ได้ Data-Driven Marketing คือวิธีที่จะทำให้เรา “เข้าใกล้” หัวใจของลูกค้ามากที่สุดอีกวิธีหนึ่ง โดยวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคจากข้อมูลที่มีในมือด้วยแหล่งที่แตกต่างกัน อธิบายง่ายๆ คือการใช้พฤติกรรมในอดีตมาทำนายความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต แหล่งข้อมูลคืออะไร ได้มาจากไหน? เราสามารถใช้ข้อมูลได้จากทั้งช่องทาง Offline และ Online โดยหาได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า, วิธีการดำเนินงานในองค์กร, ต้นทุนที่ใช้ และอื่นๆ อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การเก็บข้อมูลจำนวนลูกค้าที่สมัครสมาชิกร้านค้าในเครือ เราจะไม่ได้แค่จำนวนผู้ที่สมัครเท่านั้น แต่ยังสามารถเก็บข้อมูลการสะสมแต้ม สินค้าที่ลูกค้าส่วนใหญ่สนใจ และตามติดชีวิตลูกค้าได้ผ่านการใช้เมมเบอร์การ์ดได้ เก็บข้อมูลหลังบ้านจากแพลตฟอร์มต่างๆ ในโซเชียลฯ เพื่อใช้วิเคราะห์ว่าเรายิงโดนกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ แคมเปญที่ทำไปส่งผลต่อแบรนด์มากน้อยแค่ไหน   เราจะทำ Data-Driven Marketing ได้อย่างไร? หลายคนอาจโฟกัสแค่ “ข้อมูล” ในการทำ Data-Driven Marketing แต่ที่จริงแล้วข้อมูลนั้นถูกขับเคลื่อนด้วย “คน” ดังนั้น แนวคิดของการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลคือการเตรียมพร้อมให้รอบด้าน เพื่อให้กลยุทธ์นี้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ 1. สร้าง Data Culture : การตัดสินใจต่างๆ โดยเฉพาะของผู้บริหาร ควรอ้างอิงตามข้อมูลมากกว่าความรู้สึก…

Threads แอปใหม่จาก IG ที่จะมาท้าตี Twitter (จริงป่ะเนี่ย?!)
|

Threads แอปใหม่จาก IG ที่จะมาท้าตี Twitter (จริงป่ะเนี่ย?!)

ผู้ใช้งาน Instagram หลายคนอาจจะสังเกตเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ บนหน้าโปรไฟล์ของหลายๆ บัญชีกันแล้วใช่มั้ยคะ เจ้าเครื่องหมายขยุกขยุยที่หน้าตาคล้ายเครื่องหมาย @ (Assign) นี้คือแอปพลิเคชั่นน้องใหม่จากบ้าน Meta นั่นเองค่ะ Threads คืออะไร อ่านว่า เธรด คือแพลตฟอร์มที่มีลักษณะการใช้งานคล้าย Twitter ใครที่เป็นขาประจำแอปฯ นกฟ้าคงจะใช้งาน Threads ได้ไม่ยากค่ะ แต่ไม่ว่าอย่างไร ทั้งสองแอปฯ ก็มีข้อแตกต่างบางอย่างที่ผู้ใช้งานควรทราบในเบื้องต้น ดังนี้ค่ะ   ทำไมจู่ๆ Threads ถึงเป็นกระแส เหตุเกิดจาก CEO ใหม่ชื่อคุ้นของทวิตเตอร์นามว่า อีลอน มัxx ได้ออกกฎต่างๆ มากมากมายเพื่อดึงดูดให้คนหันไปใช้ Twitter Blue จนไปจำกัดการใช้งานของผู้ที่ใช้อยู่ก่อน เช่น ลิมิตการมองเห็นให้เหลือเพียงไม่กี่ร้อยทวิตต่อวัน  บรรดาผู้ใช้งานจึงมองหาแพลตฟอร์มใหม่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ “นกฟ้า” เพื่อเป็นแหล่งสิงสถิตย์ต่อไป ซึ่งนับว่ามาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้เป็นเจ้าของ Facebook และ Instagram เปิดตัว Threads ได้ถูกจังหวะสุดๆ จุดเด่นของ Threads…

ข้อแตกต่างของ Influencer และ KOL จ้างใครดีกว่ากัน?
| |

ข้อแตกต่างของ Influencer และ KOL จ้างใครดีกว่ากัน?

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “Influencer” แต่แยกออกไหมว่าแตกต่างจาก “KOL” ยังไง? วันนี้ซันนี่จะมาเล่าให้ฟังค่ะ 😉 Influencer คือ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม มักนำเสนอไลฟ์สไตล์ โดยมีจุดขายคือความเป็นตัวเอง และมีผู้ติดตามในวงกว้าง KOL คือ ผู้ที่มีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม แต่มักนำเสนอคอนเทนต์เฉพาะทาง มักจะมีภาพลักษณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือกูรูในด้านนั้นโดยเฉพาะ ส่งผลให้มีความน่าเชื่อถือกว่าอินฟลูฯ แต่ผู้ติดตามอาจจะน้อยกว่าตามไปด้วย ตัวอย่าง Influencer และ KOL Influencer เช่น Emma Watson, Lisa (BLACKPINK), Mayy R, PEACHII (สตีเฟ่นโอปป้า), เทพลีลา ฯลฯ KOL เช่น Bebe Fit Routine (ด้านการดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย), HRK (เกม), บิ๊มกินแหลกล้างโลก (อาหาร), Boomtharis (อสังหาริมทรัพย์) แต่ในบางครั้งเส้นแบ่งระหว่าง Influencer และ KOL ก็ไม่ชัดนัก และยังมีหลายส่วนที่คาบเกี่ยวกันอยู่ เช่น …

Lemon8 ทางเลือกใหม่ของนักสร้างคอนเทนต์สาย Lifestyle
| |

Lemon8 ทางเลือกใหม่ของนักสร้างคอนเทนต์สาย Lifestyle

Lemon 8 คืออะไร? หลายคนอาจเคยเห็นแอปพลิเคชั่นสีเหลืองๆ ที่มีตัวหนังสือสีดำนี้ผ่านตามาบ้าง แต่อาจยังไม่เคยโหลดมาเล่นหรือไม่แน่ใจว่าแอปฯ เหลืองนี่มันคืออะไรกันนะ วันนี้ซันนี่จะมาเล่าให้ฟังเองค่ะ ☺️ ส่วนใหญ่แล้วคอนเทนต์ในแอปฯ Lemon8 จะเน้นด้านไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) เป็นหลักค่ะ ซึ่งดีต่อทั้งสายสร้างและเสพย์คอนเทนต์ เพราะมีคอนเทนต์หลายประเภท เข้าถึงคนได้หลายกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น รีวิวสกินแคร์และเครื่องสำอาง สอนแต่งหน้าและ Reference การแต่งตัว แนะนำสินค้าไอที  แจกสูตรอาหาร ป้ายยาของใช้ในบ้าน รีวิวคาเฟ่น่ารัก  สายมู บอกทุกสเต็ปฮาวทูมูให้ได้ มูให้โดน รูปแบบของคอนเทนต์ใน Lemon8 คลิปวิดีโอสั้นคล้ายกับ Reels และ TikTok รูปภาพทั้งภาพเดี่ยวและอัลบั้ม Blog สำหรับคอนเทนต์ที่เนื้อหายาว Interface มีหน้า For You หากใครเคยเล่น TikTok มาบ้างน่าจะคุ้นเคยกับหน้า Following ที่อยู่ทางซ้ายและหน้า For You ด้านขวามือ ซึ่งมีข้อดีตรงที่อัลกอริทึมมักจะดันคอนเทนต์ที่เราชอบมาให้ เป็นฟีเจอร์ที่ Win-Win กันทั้งสองฝ่าย เพราะผู้อ่านคอนเทนต์ก็ได้อ่านสิ่งที่สนใจ…

เพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ ด้วยฟีเจอร์น่าสนใจอย่าง Google Web Story
| |

เพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ ด้วยฟีเจอร์น่าสนใจอย่าง Google Web Story

คือฟีเจอร์หนึ่งของ Google ที่จะปรากฏขึ้นในรูปแบบของ Story คล้ายกับที่เราเคยเห็นใน Instagram และ Facebook แตกต่างกันตรงที่เราสามารถเห็นได้ในหลายช่องทางของ Google ดังต่อไปนี้ Google Search : ช่องทางการค้นหาของกูเกิ้ลที่เรามักจะเข้าไปเสิร์ชหาข้อมูลกัน Google Discover : Story จะปรากฏทั้งในระบบ IOS และ Android เป็นภาพสไลด์ด้านบน (แสดงผลในประเทศสหรัฐอเมริกา, อินเดีย และบราซิลเท่านั้น) Google Images : ปรากฏในหน้าค้นหารูปภาพ โดยมีไอค่อน Web Stories ด้านหน้า  ปรากฏในเว็บไซต์ของเรา : เมื่อติดตั้ง Plugin ลงไปในเว็บ อย่างไรก็ตาม Story ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเว็บไซต์ของเราจะแสดงให้เห็นภาพและคลิปอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่รูปวงกลมที่เราต้องกดเข้าไปดูด้วยตัวเอง ทั้งยังใส่ได้หลาย Story ในพื้นที่จำกัด ทำให้เราสร้างได้หลายคอนเทนต์แบบไม่รกหน้าเว็บ อีกหนึ่งข้อดีคือ ผู้เข้าชมสามารถกด Web Link บน Story ได้ง่าย…

ศึกชิงหน้าแรก Google : SEO โลกแห่งการสู้กันด้วยคีย์เวิร์ด
| | |

ศึกชิงหน้าแรก Google : SEO โลกแห่งการสู้กันด้วยคีย์เวิร์ด

ทำไมใครๆ ก็อยากทำให้ Website ติดหน้าแรก? เพราะยิ่งเว็บติดอันดับบนๆ เท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสการคลิกเข้าชมมากเท่านั้น วิธีทำให้เว็บติดหน้าแรก เรียกง่ายๆ ว่า “การทำ SEO” ซึ่งประกอบด้วยหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น ปริมาณคนเข้าเว็บ, ประสบการณ์ที่ดีของผู้เข้าชม และความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ และองค์ประกบอื่นๆ เช่น การทำให้เว็บอื่นลิงก์มายังเว็บของเรา อย่างการทำ Link Building หรือ Backlinks  การเลือกคีย์เวิร์ด (Keywords) ที่เหมาะสม ซึ่งคำที่ถูกค้นหาเยอะก็ยิ่งทำเงินได้ ส่งผลให้มีคนมากมาย “ต้องการทำอันดับ” และเกิดการแข่งขันที่สูงตามไปด้วย เทคนิคการแย่งชิงอันดับดีๆ จากคีย์เวิร์ดยอดฮิต 1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ “เกี่ยวข้อง” แทนที่จะเป็น “คำหลัก” เว็บไซต์ใหญ่ๆ อย่าง Marketplace เช่น Shopee และ Lazada มักจะมุ่งทำอันดับที่คำหลักมากกว่าคำประเภทอื่นๆ ฉะนั้น คีย์เวิร์ดที่คู่แข่งไม่เยอะเท่าคำเหล่านั้น คือคีย์เวิร์ดประเภท Niche Longtail Keyword (คำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง)…

สร้างแคมเปญโฆษณายังไง ให้ยิงทีเดียวได้ทุกช่องทางด้วย Performance Max
| |

สร้างแคมเปญโฆษณายังไง ให้ยิงทีเดียวได้ทุกช่องทางด้วย Performance Max

Performance Max คืออะไร คือวิธีการโฆษณาของ Google ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ลงโฆษณาสร้าง Conversion ได้มากที่สุด โดยสร้างโฆษณาเพียงแค่ 1 แคมเปญ ข้อมูลก็จะไปโผล่ทุกช่องทางของ Google ผ่านระบบอัตโนมัติ (Automation) กล่าวคือ ให้เราป้อนข้อมูลเช่น การตั้งราคา, งบประมาณ, กลุ่มเป้าหมาย, ช่องทางโฆษณาบน Google และบรรดาข้อความ, รูปภาพ และวิดีโอที่ต้องใช้ในการโปรโมทเข้าไปในระบบ จากนั้น Google จะจัดการทุกอย่างให้เราเองค่ะ สรุปความเป็น ‘Pmax’ ง่ายๆ เป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตโฆษณา โดยให้เราป้อนข้อมูลลงไป  Pmax จะสร้างแคมเปญโฆษณา โดยนำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดรูปแบบให้เหมาะกับแต่ละช่องทาง เช่น  Youtube, GDN, Search และอื่นๆ Pmax จะทำการยิงโฆษณาไปพร้อมๆ กัน จุดมุ่งหมายคือ “สร้าง Conversion” ให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องมานั่งตั้งค่าใหม่ทุกช่องทาง ป้อนข้อมูลทีเดียวจบ สร้างโฆษณาผ่าน Performance Max จะไปปรากฏในช่องทางไหนบ้าง แคมเปญต่างๆ…

|

ไอเดีย Content Video น่าสนใจ ปี 2023 ทำคลิปแบบไหนปั้นแอคได้ Engage ปัง!

ทำไมแพลตฟอร์มต่างๆ จึงมักจะแทรกคลิปสั้นให้เราดูอยู่เรื่อยๆ นั่นก็เพราะยุคสมัยแห่งวิดีโอกำลังมา เนื่องจากคอนเทนต์วิดีโอเป็นอะไรที่ย่อยง่าย ดูเพลิน โดยเฉพาะคลิปวิดีโอสั้นที่ใช้เวลาดูไม่นานก็รับสารได้อย่างรวดเร็ว (และสามารถขายของได้แบบไม่น่าเบื่อด้วยค่ะ!)  ใครที่กำลังหาไอเดียสำหรับสร้าง “วิดีโอคอนเทนต์” แต่ยังคิดไม่ออก มาดูได้เลยทางนี้ ซันนี่รวบรวมไอเดียที่น่าสนใจไว้ให้แล้วค่ะ 🌞 1. How to/Educational  คือคลิปวิดีโอที่บอกวิธีทำสิ่งต่างๆ มีทั้งการสอนอย่างเป็นขั้นตอน หรืออาจจะเป็นการเล่าเกร็ดความรู้เล็กๆ ที่น่าสนใจ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ “มือใหม่” โดยคลิปไม่จำเป็นต้องมีความจริงจังเหมือนคลิปวิดีโอของสถาบันสอนพิเศษ ในทางกลับกัน คลิปที่ดูบ้านๆ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อาจทำให้คนเข้าถึงได้ดีกว่าค่ะ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการสอนแนววิชาการเท่านั้น หากเรามีความถนัดเรื่องไหน ก็สามารถแชร์ความรู้ให้คนอื่นได้เลย! ไม่ว่าจะเทคนิคการแต่งตัว, การตกแต่ง IG Story หรือวิธีทำ Icon น่ารักเพื่อใช้ใน Laptop/Taplet ก็สามารถสร้างเป็นคอนเทนต์ได้นะคะ 😉 ตัวอย่างวิดีโอให้ความรู้ เช่น สอนวิธีทำกับข้าวเมนูต่างๆ สอนงานช่าง โดยถ่ายคลิปให้ดูทีละขั้นตอน บอกเล่าเทคนิคการทำคลิป ว่าทำอย่างไรให้มีคนดู ให้ความรู้ด้านวิชาการ เช่น สอนวิชาคณิตศาสตร์, การเงิน, กฎหมาย สอนวาดภาพง่ายๆ ในโทรศัพท์…

Visual Trends แห่งปี 2023 อัปเดตไว้ จะได้ไม่ตกเทรนด์!

Visual Trends แห่งปี 2023 อัปเดตไว้ จะได้ไม่ตกเทรนด์!

“ภาพ” คือสิ่งแรกที่เราจะมองเห็นและถูกดึงดูดได้ก่อนสิ่งอื่น แม้เทรนด์จะไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่การนำเสนอให้ตรงใจตลาดและดูกระแสเอาไว้ ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจ ช่วยให้เราสร้างสรรค์งานได้ง่ายขึ้น 😉 เช็คเทรนด์งานออกแบบกันดีกว่า ว่าสไตล์ไหนกำลังมาในยุคนี้!   Photo Trends เทรนด์ที่กำลังมาในช่วงนี้ คือการผสมผสานระหว่างความเหนือจริงและความสมจริง อันเป็นจุดกึ่งกลางของความสวยงามในอดีตและความล้ำยุคของโลกอนาคต หลังโรคระบาด ความเรียบง่ายกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนคอยแสวงหา ภาพถ่ายของบุคคล (Portrait) ที่ดูเป็นธรรมชาติจึงสวยงามตามเทรนด์ในปัจจุบันมากกว่าความเป๊ะ สรุปได้ว่า เทรนด์ภาพถ่ายที่กำลังมามีดังนี้ การผสมกันระหว่างความเหนือจริงและความสมจริง อดีตและโลกอนาคต (Nostagia and Metaverse) ความไม่สมบูรณ์แบบ   Palette Trends “สี” คือส่วนสำคัญในการออกแบบ ซึ่งเทรนด์สีในช่วงนี้ก็ไม่ได้หลุดไปจากเทรนด์ภาพถ่ายมากนัก นั่นก็คือเน้นสีเอิร์ธโทนจากธรรมชาติ ตัดกับสีสว่างฉูดฉาดที่สื่อถึงโลกดิจิทัล   Vector Trends ความ Nostagia ยังไม่หลุดไปจากเทรนด์ การหวนคืนสู่อดีตกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนโหยหา นอกจากจะสะเทือนไปถึงวงการแฟชั่นแล้ว ยังพบเห็นได้อย่างแพร่หลายในงานกราฟิก เช่น สื่อถึงความทรงจำวัยเด็ก ความยั่งยืน (ธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม) ความไม่สมบูรณ์แบบ   Font Trends Typeface…

รวม 4 เทคนิคการตลาด TikTok น่าสนใจ แบบไหนช่วยสร้างแบรนด์ออนไลน์ได้ดี!
|

รวม 4 เทคนิคการตลาด TikTok น่าสนใจ แบบไหนช่วยสร้างแบรนด์ออนไลน์ได้ดี!

หลายแบรนด์อาจเคยลองชิมทางในแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ด้วยการสร้างคลิปวิดีโอสั้นกันมาบ้างแล้ว แต่เคยลองทำโฆษณาด้วยวิธีเหล่านี้หรือยัง ซันนี่รวบรวม 4 เทคนิคในการสร้างโฆษณาที่น่าสนใจมาไว้ให้ที่นี่แล้ว! 1. In-Feed Ads คือการสร้างคลิปวิดีโอสั้นขึ้นมาและทำการยิงโฆษณาไปบนหน้า Feed ของกลุ่มเป้าหมาย มีข้อดีคือผู้ใช้งานจะเห็นคลิปวิดีโอนี้รวมไปกับคลิปอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจ ทำให้เนื้อหาที่เราต้องการจะสื่อสารถูกกลุ่มเป้าหมายพบเห็นและรับรู้ได้โดยง่าย สร้างคลิปวิดีโอได้ยาวสูงสุด 60 วินาที แทรกอยู่ระหว่างหน้า Feed เนียนไปกับคอนเทนต์อื่นๆ ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียด จำกัดงบประมาณและกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ 2. Spark Ads คือ In-Feed Ads ประเภทหนึ่ง ที่จะแสดงคลิปวิดีโอสั้นขึ้นมาในหน้า For You แต่ต่างกันตรงที่ Spark Ads มีอิสระในการสร้างคลิปกว่า In-Feed Ads มาก พูดง่ายๆ คือตราบใดที่ TikTok ให้เราสร้างวิดีโอลง Account ได้ เราก็สามารถนำคลิปนั้นมาสร้างโฆษณาได้เลย สร้างโฆษณาได้จากคลิปที่เราอัปโหลดลงใน Account แสดงชื่อ Account, Caption และใส่เพลงได้เหมือนคลิปปกติ ระยะเวลาในการสร้างคลิปไม่ได้จำกัดแค่…