PDPA ส่งผลกระทบอย่างไรต่อการทำ Digital Marketing
|

PDPA ส่งผลกระทบอย่างไรต่อการทำ Digital Marketing

ในยุคโลกาภิวัตน์ที่เทคโนโลยีเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E-commerce) ที่หากจะเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนเรายกตั้งแต่ตลาดนัดจตุจักรไปจนถึงช็อปแบรนด์เนมมาไว้ในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันนี้ผู้คนซื้อของออนไลน์มากขึ้น ใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น ฉะนั้นแล้วสินค้าและบริการอื่นๆ ที่แม้จะไม่ได้มีการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตในแพลตฟอร์ม online shoping ก็เริ่มผันตัวมาทำการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing กันแล้ว เพื่อให้สินค้าและบริการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นนั่นเอง และสิ่งสำคัญในที่บรรดานักธุรกิจ, เข้าของแบรนด์, แพลตฟอร์มต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตจะนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาดคงจะหนีไม่พ้น ‘ข้อมูล’ PDPA คืออะไร คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุ้มครองประชาชนไม่ให้ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หากตนยังไม่ได้ให้ความยินยอม ฉะนั้นแล้ว หากผูัทำธุรกิจหรือนักการตลาดต้องการจะนำข้อมูลต่างๆ มาใช้เพื่อประโยชน์ในการทำ Digital Marketing ล่ะก็ ต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ PDPA เอาไว้ เพราะกระทบด้านการนำข้อมูลมาใช้เต็มๆ สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ PDPA เพิ่มเติมได้ที่ : PDPA ส่งผลกระทบอย่างไรต่อ Content Creator  ‘ข้อมูล’…

PDPA ส่งผลกระทบอย่างไรต่อ Content Creator
| |

PDPA ส่งผลกระทบอย่างไรต่อ Content Creator

PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายที่เพิ่งถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ขึ้นชื่อว่าเป็นกฎหมาย อาจจะฟังดูน่าสับสนและทำความเข้าใจได้ยากใช่มั้ยคะ วันนี้ซันนี่สรุปข้อมูลมาให้อ่านกันแบบที่เข้าใจได้ง่ายแสนง่าย แล้วคุณจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว PDPAไม่ได้เข้าใจยากอย่างที่คิดเลยค่ะ Q : PDPA คืออะไร มีไว้ทำไม? A : คือกฎหมายมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนคนทั่วไป Q : ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร? A : ข้อมูลส่วนบุคคลคือสิ่งที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมค่ะ เช่น ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรฯ, IP address หรือแม้แต่ภาพเบลอของบุคคลนั้นก็ตาม Q : ถ้าอย่างนั้นเราก็ถ่ายรูปติดหน้าคนอื่นไม่ได้ใช่มั้ย ต่อให้เบลอหน้าคนคนนั้นก็ตาม? A : ต้องดูก่อนว่าผู้ที่ถ่ายภาพคือใคร และถ่ายภาพไปเพื่ออะไรค่ะ ในกรณีที่เราเป็นประชาชนคนทั่วไป ถ่ายภาพเอาไว้อัพลงโซเชียลมีเดีย แม้ว่าเราจะมี followers หลักหมื่นก็ตาม…

“กัญชา” โอกาสและข้อจำกัดของ “การตลาดสายเขียว”
| |

“กัญชา” โอกาสและข้อจำกัดของ “การตลาดสายเขียว”

“กัญชา” โอกาสใหม่ที่หลายธุรกิจกำลังจับตามอง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เริ่มนำกัญชามาใส่ในเมนูกันบ้างแล้ว ล่าสุด วันที่ 26 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่าง “พรบ. กัญชา กัญชง” ต่อสภา ซึ่งหากพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดประเภท 5 อีกต่อไป แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานแบบ “กัญชาเสรี” ได้เช่นกัน ดังนั้น หากธุรกิจใดวางแผนจะนำกัญชามาใช้ในผลิตภัณฑ์ ควรศึกษารายละเอียดทางกฎหมายเสียก่อน ว่าหลัง “พรบ. กัญชา กัญชง” มีผลบังคับใช้ในอนาคต จะมีโอกาสและข้อจำกัดอะไรบ้าง   ข้อจำกัดในการใช้กัญชา หลัง “พรบ. กัญชา กัญชง” มีผลบังคับใช้ 1. กัญชา ไม่ใช่ยาเสพติดประเภท 5 อีกต่อไป ทั้งในส่วนของ ช่อดอก ใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น รากและเมล็ด 2. อนุญาตให้ใส่กัญชาในอาหารได้ โดยมีปริมาณสาร THC ที่สกัดจากกัญชา ไม่เกินร้อยละ…

เช็กที่มาภาพก่อนใช้ ไร้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์

เช็กที่มาภาพก่อนใช้ ไร้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์

รูปภาพดึงดูดสายตาได้ดีกว่าข้อความ รูปภาพจึงนับเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำคอนเทนต์ออนไลน์ แต่รู้หรือไม่ว่าภาพทุกภาพที่มาจากอินเตอร์เน็ตล้วนมีลิขสิทธิ์ ขึ้นอยู่กับเจ้าของว่าจะอนุญาตให้นำไปใช้หรือไม่ ดังนั้นก่อนจะนำรูปไปใช้ เรามาเช็กแหล่งที่มาของภาพให้ชัวร์ก่อนดีกว่า จะได้ใช้รูปอย่างถูกต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ใคร ซันนี่ขอแนะนำตัวช่วยดีๆ ช่วยเช็กแหล่งที่มาของภาพ และขั้นตอนง่ายๆที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที เข้าเว็บไซต์ “www.tineye.com” คลิกปุ่มอัพโหลด อัพโหลดรูปภาพที่เราต้องการทราบแหล่งที่มาลงไป TinEye จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ตรวจหาภาพที่ตรงกันบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะทำให้เรารู้แหล่งที่มาของภาพนั้น และติดต่อขอใช้ภาพได้อย่างถูกต้อง แต่ถึงจะเป็นตัวช่วยที่ดี การตรวจสอบของ “TinEye” ก็อาจจะยังไม่ครอบคลุมรูปภาพจำนวนมหาศาลในอินเตอร์เน็ต ซันนี่จึงนำเว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดภาพฟรีมาฝาก สามารถเข้าไปโหลดภาพมาใช้ได้เลยฟรีๆ ไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์แน่นอน www.pexels.com/th-thwww.lifeofpix.comwww.unsplash.comwww.pixabay.com แค่นี้ก็สบายใจหายห่วง ทำคอนเทนต์ได้อย่างอิสระ พร้อมรูปภาพประกอบสวยๆ ไร้ปัญหาลิขสิทธิ์กวนใจค่า   SomHello! sunnysideupstudio.net

GDPR เรื่องยากที่นักการตลาดต้องรู้ นักธุรกิจต้องเตรียมตัว ในปี 2018
|

GDPR เรื่องยากที่นักการตลาดต้องรู้ นักธุรกิจต้องเตรียมตัว ในปี 2018

กฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ได้ประกาศใช้ไปแล้วซักพักตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา แล้วเราก็ได้รับอีเมลแจ้งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ขององค์กรข้ามชาติใหญ่ๆ รวมถึงหลายๆองค์กรไทยใหญ่ๆหลายที่กันมาจนล้นอินบ๊อก แต่ก็กดลบเพราะยาวไม่อ่าน แต่รู้ไม่ว่าเรื่องนี้กำลังจะส่งผลกระทบในวงกว้างสำหรับธุรกิจและนักการตลาดออนไลน์ รวมไปถึงทุกคนที่กำลังคึกคักกับคำว่า Big Data GDPR คืออะไร? คือกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU) ที่ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัย และ สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนชาว EU ทุกคน และกฎหมายนี้ครอบโลกมากเพราะหากคุณเก็บข้อมูลเหล่านี้ในประเทศนอก EU แต่เก็บข้อมูลของประชาชนชาว EU แล้วทำผิดกฎ ก็สามารถโดนฟ้องเป็นค่าปรับไม่เกิน 20 ล้านยูโร หรือไม่เกิน 4% ของรายได้รวมทั่วโลก ได้เช่นกัน อีกทั้งบริษัทที่ไม่ปฎิบัติตามก็จะถูกกีดกันไม่ให้ทำธุรกิจกับองค์กรของ EU อีกด้วย หัวใจหลักของ GDPR สรุปแบบย่อสุดๆได้ดังนี้ อยากอ่านละเอียดเข้าไปที่ Official Website ข้อมูลที่จะเก็บต้องเก็บแค่ข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้นไม่เก็บเกินจำเป็น จะเก็บข้อมูลต้องบอกว่ากำลังเก็บข้อมูลอะไรบ้าง และขอความยินยอมก่อนเก็บ จะนำข้อมูลไปทำอะไรบ้างต้องแจ้งให้ชัดเจน เข้าใจง่าย ยาวยืดเยื้อไปไม่ได้ เก็บข้อมูลต้องผ่าน technology…