Metaverse จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
/ / “Metaverse” จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
| | |

“Metaverse” จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต

หลังจาก Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คำว่า “Metaverse” ก็ได้รับการพูดถึงอย่างแพร่หลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว Metaverse คืออะไรกันแน่?

สำหรับแฟนภาพยนตร์ประเภท Sci – Fi หรือผู้ที่อยู่ในแวดวงเกมสตรีมมิ่ง อาจจะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของ Metaverse ได้ไม่ยาก เพราะคำว่า “Metaverse” มีที่มาจากนวนิยายไซเบอร์พังก์เรื่อง “Snow Crash” ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1992 โดยนักเขียน Neal Stephenson

นอกจากนี้ เกมออนไลน์จำนวนมากก็ใช้เทคโนโลยี AR VR และ Blockchain ในลักษณะเดียวกันกับเมตาเวิร์ส เช่น Roblox และ Decentraland เป็นต้น รวมถึงคอนเซปต์ของเมตาเวิร์สยังเคยถูกถ่ายทอดให้เข้าใจแบบ “ย่อยง่าย” ผ่านภาพยนตร์อย่าง Ready Player One และ The Metrix Trilogy

แต่ Metaverse ที่เรากำลังจะได้เห็นกันในอนาคต จะเหมือน หรือแตกต่างจากภาพยนตร์อย่างไร?

Metaverse จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
Metaverse คืออะไร?

Metaverse มาจากคำว่า “Meta” มาจากภาษากรีก แปลว่า เหนือกว่า รวมกับคำว่า “Universe” ที่แปลว่าจักรวาล ดังนั้น Metaverse ตามความหมายตรงตัวจึงหมายถึง จักรวาลที่เหนือกว่า หรือโลกเสมือนจริง

เมตาเวิร์ส จึงเป็น “อินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะเป็น 3 มิติ” มีทั้งสถานที่ สิ่งมีชีวิต และสิ่งของต่างๆ ที่จำลองมาจากความจริง เราสามารถเข้าไปทำกิจกรรม ประชุม พบปะสังสรรค์ เล่นเกม เข้าชมคอนเสิร์ต ไปจนถึงซื้อขายที่ดินและสร้างบ้านในนั้น ผ่านร่างจำลองหรืออวาตาร์ (Avatar) ที่เราสร้างขึ้น โดยเวลาที่ดำเนินบน Metaverse เป็นเวลาแบบ real time

โดย “Mark Zuckerburg – CEO ของ Meta” อธิบายว่า ปัจจุบันเราท่องโลกอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านหน้าจอที่มีความเป็น 2 มิติ ของโทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต และคอมพิวเตอร์ แต่เมตาเวิร์สจะเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ตที่เราคุ้นเคย เนื่องจากสามารถสร้าง “The feeling of present” หรือ “ความรู้สึกเป็นปัจจุบันขณะ” ที่อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนี้สร้างให้ไม่ได้

แม้ว่าผู้ที่จุดกระแสความสนใจให้แก่คำว่า Metaverse ดูเหมือนจะเป็น Facebook แต่ในความเป็นจริงแล้ว Metaverse ประกอบด้วยผู้เล่นหลายราย เช่น Apple, Microsoft, Google, ไปจนถึงแบรนด์สินค้าแฟชั่นอย่าง Nike ที่เพิ่งเปิดตัว Nikeland เพื่อขายสินค้า NFT ของไนกี้ในแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ Roblox

 

องค์ประกอบที่ขับเคลื่อน Metaverse?

แม้ว่าคอนเซ็ปต์ของ Metaverse จะฟังดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก็ยังมีหลายคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของเมตาเวิร์ส อย่างไรก็ตาม การสร้างเมตาเวิร์สเปรียบเสมือนการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่ และต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายด้าน ในการสร้างเมตาเวิร์สให้สามารถใช้งานได้จริง

เทคโนโลยีที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเมตาเวิร์ส เช่น

Metaverse จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
Internet of Thing (IOT) และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

การใช้งานเมตาเวิร์ส จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อสร้างและแสดงผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในรูปแบบภาพจำลอง 3 มิติ หรือ “Digital Environment” ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ สัตว์ หรือร่างอวาตาร์ของผู้ใช้งานแต่ละคน ทั้งยังต้องแสดงผลแบบ real time เพื่อให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

Metaverse จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยี AR และ VR

สิ่งสำคัญที่สุดในเมตาเวิร์ส คือภาพจำลองที่ให้ความรู้สึกรู้สึกสมจริง ซึ่งเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้

 
Augmented Reality (AR)

การจำลองวัตถุดิจิทัล (Digital Object) มาจำลองให้เห็นในโลกจริง โดยใช้เซนเซอร์จับภาพ เสียง สัมผัสรอบๆ ตัว แล้วสร้างภาพ 3 มิติขึ้นมา โดยแสดงผลภาพที่สร้างขึ้นนี้ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น หน้าจอสมาร์ทโฟน ตัวอย่างเทคโนโลยี AR ที่เห็นได้ชัด เช่น

  • เกม Pokemon Go ที่เมื่อเปิดกล้องในสมาร์ทโฟน ผู้เล่นก็จะเห็นตัวโปเกมอนซ้อนทับอยู่ตามสถานที่ต่างๆ
  • การเข้าชมพิพิธภัณฑ์แบบ AR ที่สามารถใช้กล้องสมาร์ทโฟนสแกนดูข้อมูลงานศิลปะอย่างละเอียด
 
Virtual Reality (VR)

การทำงานของเทคโนโลยี VR ใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์ของเมตาเวิร์สมากกว่า โดย VR สามารถจำลองสภาพแวดล้อมเสมือน ผ่านแว่นตา VR ถุงมือ VR หรือเซนเซอร์ที่ช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อม และคำนวณออกมาเป็นภาพจำลองดิจิทัลใน Virtual Reality

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่นำทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้มาใช้ เช่น

  • Microsoft Mesh จำลองโลกเสมือนผ่านแว่น Hololens อำนวยความสะดวกให้การทำงานแบบ remote work ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยี AR และ VR

 

Metaverse จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrenct

ในโลกความเป็นจริง เราดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย “เงิน”

การซื้อขายแลกเปลี่ยนในโลกเสมือน จึงต้องอาศัยเทคโนโลยี Blockchain ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ดินในเมตาเวิร์ส ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตแบบ Virtual Reality หรือ ซื้อสิ่งของต่างๆในเกม

คริปโตเคอร์เรนซีจึงเข้ามาตอบโจทย์กิจกรรมทางเศรษฐกิจในโลกเมตาเวิร์ส ผ่านการซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบ NFT (Non Fungible token) รวมถึงในอนาคต เราอาจได้เห็นการจ้างงานข้ามทวีป ที่ทำงานบนเมตาเวิร์ส และจ่ายเงินเดือนด้วยเงินสกุลคริปโตเคอร์เรนซี

Metaverse จักรวาลเสมือน ที่จะกลายเป็นอนาคตของอินเทอร์เน็ต
Artificial intelligence (AI)

บางส่วนของ Metaverse ใช้การโต้ตอบด้วยระบบอัตโนมัติ เมื่อมีข้อมูลมหาศาล จึงต้องอาศัย AI ที่ประมวลผลได้รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้การแสดงผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

จะเห็นได้ว่าการมาถึงของเมตาเวิร์สนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ให้บริการโซเชียลมีเดียในรูปแบบเมตาเวิร์ส เช่น AlspaceVR และตามการคาดการณ์ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก Meta จะเข้าสู่อุตสาหกรรมเมตาเวิร์สอย่างเต็มตัวได้ภายใน 5-10 ปีนับจากนี้

นักการตลาดจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับการมาถึงของเมตาเวิร์สอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล :

  • www.usatoday.com, Everyone wants to own the metaverse including Facebook and Microsoft. But what exactly is it?
  • https://academy.binance.com, Top 7 Technologies that Power the Metaverse
  • https://about.facebook.com/meta, The metaverse will be social
  • www.youtube.com, Wall Street Journal, Trapped in the Metaverse: Here’s What 24 Hours in VR Feels Like | WSJ

 

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.